
คอนเวอร์เจนซ์ฯชูคลาวด์ เจาะตลาดการศึกษา
ระบบการศึกษาไทยปัจจุบัน เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในแถบอาเซียน ถือว่ายังอยู่ในระดับแย่กว่ามาตรฐานของทั่วโลกมาก
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ระบบการศึกษาไทยปัจจุบัน เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ในแถบอาเซียน ถือว่ายังอยู่ในระดับแย่กว่ามาตรฐานของทั่วโลกมาก ทั้งที่ใช้งบในการพัฒนาการศึกษาแต่ละปีสูงถึง 4.98 แสนล้านบาท
จากผลการวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ ได้สำรวจเกี่ยวกับผลการศึกษาขั้นพื้นฐานของประเทศไทย พบว่า หลักสูตรมีความล้าสมัย ข้อสอบไม่ได้มาตรฐาน และหลักสูตรไม่เชื่อมโยงกัน
ถือว่ามีความสวนทางกับการใช้เทคโนโลยีของคนในปัจจุบันที่เข้าใช้งานอุปกรณ์สื่อสารและสังคมออนไลน์มากถึง 32 ชั่วโมง/สัปดาห์ แต่กลับไม่ได้ใช้งานในแง่มุมที่มีประโยชน์มากนัก
สาธิต วิทยากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คอนเวอร์เจนซ์ซิสเทมส์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาซอฟต์แวร์และระบบคลาวด์โซลูชั่นสำหรับภาคการศึกษา กล่าวว่า การวางรากฐานเทคโนโลยีในสถาบันการศึกษา ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยพัฒนาสังคมและการเรียนรู้ของคนในอนาคต ดังนั้นการผสมผสานและแบ่งปันความรู้ผ่านเทคโนโลยีอย่างคลาวด์ ถือว่าจะช่วยให้การทำงานภายในสถาบันสะดวกขึ้น
“การนำระบบคลาวด์-อีดียูมาใช้งานที่วิทยาลัยบัณฑิตเอเซียนั้น ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี เพราะทีมบริหารของวิทยาลัยและคณาจารย์มีความพร้อมด้านทักษะการปรับใช้งานไอที รวมทั้งต้นทุนการทำงานก็ไม่สูงมากนัก ซึ่งอยู่ในระดับที่สถานศึกษารับได้ ซึ่งปีนี้น่าจะมีทั้งหมด 3 สถาบันการศึกษาที่นำคลาวด์-อีดียูไปใช้งาน และในปีหน้าตั้งเป้าไว้ว่าจะมี 20 แห่ง รวมทั้งกำลังยื่นรายละเอียดเข้าไปในกระทรวงศึกษาธิการให้พิจารณาในหลักสูตรนี้ด้วย” สาธิต กล่าว
ปัจจุบันยังมีเทคโนโลยีอีกมากที่ยังไม่ได้มีการนำมาใช้งานอย่างเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น การนำโซเชียลมีเดียมาช่วยในการสื่อสารระหว่างครูกับนักเรียน หรือครูกับผู้ปกครอง เพื่อให้สื่อสารระหว่างกันได้โดยง่าย เพราะเด็กต่างจังหวัดส่วนใหญ่จะเรียนและทำงานควบคู่กันไป การมีเครื่องมือเข้ามาช่วยสนับสนุนการเรียน อ่านทบทวน ส่งการบ้านและเก็บข้อมูลของเด็กนักเรียนตั้งแต่ต้นไปจนถึงจัดหางานที่เหมาะสมด้วย ถือว่าเป็นการช่วยเหลือเด็กให้สามารถทำงานที่เหมาะสมกับการศึกษาและสร้างโอกาสที่ดีในอนาคต
กษม ชนะวงศ์ อธิการบดีวิทยาลัยบัณฑิตเอเซีย และในนามผู้อำนวยการศูนย์การเรียนรู้เพื่อสร้างโอกาสทางเทคโนโลยีแห่งเอเชีย ประจำประเทศไทย โดยองค์การความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า สถาบันลงทุนระบบฮาร์ดแวร์มาอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท เพื่อให้แต่ละคณะสามารถนำไอทีไปใช้ในแต่ละแผนกได้อย่างเหมาะสม
“การจัดทำดิจิทัลแคมปัส ซึ่งเป็นโครงการที่วิทยาลัยกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องนั้น ถือว่าเป็นการทำงานเพื่ออนาคตและการบริหารจัดการหลักสูตรที่เข้าใช้งานได้ง่ายผ่านเทคโนโลยีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะยังมีตลาดงานอีกมากที่ขาดบุคลากรไอทีที่สำคัญ และจะทำอย่างไรให้เด็กกลุ่มนี้เติบโตทันความต้องการของตลาด ซึ่งการลงทุนระบบคลาวด์-อีดียูจะช่วยเก็บหลักสูตรความรู้ไว้บนคลาวด์ เพื่อให้เด็กนักเรียนดึงไปใช้งาน รวมทั้งระบบยังตอบสนองอาจารย์ในการประเมินผลและวิเคราะห์เด็กแต่ละคนได้ด้วย” กษม กล่าว
ทั้งนี้ ระบบคลาวด์-อีดียูนี้จะช่วยให้สถาบันการศึกษาสามารถวางแผนหลักสูตร ออกข้อสอบ เก็บข้อมูลเด็กนักเรียน ชำระเงินค่าเรียน ตรวจสอบการเข้าเรียนของเด็กและประกาศผลสอบผ่านระบบได้ด้วย ซึ่งจะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ไว้ใจได้ ซึ่งการเข้าใช้งานระบบสามารถทำได้ทั้งเครื่องพีซีและสมาร์ทโฟนส่วนตัวของนักเรียนได้ทันที
สาธิต กล่าวว่า ด้วยระบบนี้ใช้งานบนคลาวด์จึงรองรับการเพิ่มของบุคลากรที่เข้าใช้งานได้ตลอดเวลา โดยตอนนี้วิทยาลัยมีนักเรียนเพียง 2,000 คน ทำให้เข้าใช้งานระบบได้อย่างลื่นไหล เพราะระบบรองรับการเข้าใช้งานพร้อมกันได้ถึง 2 หมื่นคน และยังเก็บข้อมูลต่างๆ ของผู้ใช้งานได้แบบเรียลไทม์ โดยจะเน้นเจาะธุรกิจการศึกษาในต่างจังหวัดก่อนเพราะขนาดเล็ก และต้องการเพิ่มโอกาสของเด็กในท้องถิ่นก่อน







