
ตลาดหุ้นไม่น่าจะทำ NEW LOW
ข่าวร้ายสำหรับปัจจัยเศรษฐกิจยังคงเกิดขึ้นตลอดเวลา
โดย...เอกพิทยา เอี่ยมคงเอก
ข่าวร้ายสำหรับปัจจัยเศรษฐกิจยังคงเกิดขึ้นตลอดเวลา อาจจะเป็นเพราะสาเหตุดังกล่าวจึงทำให้ตลาดหุ้นไม่ไปไหน และมีทิศทางในการปรับตัวลดลง ล่าสุดการประกาศตัวเลขส่งออกที่ติดลบออกมา ทำให้น่าจะประเมินได้ว่า ทิศทางของตัวเลขการส่งออกในปีนี้น่าจะประกาศออกมาติดลบมากกว่า 2-3% คือ มากกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ ซึ่งน่าจะส่งผลให้ตัวเลข GDP ในปีนี้ไม่ถึง 3% ค่อนข้างแน่ และกรณีส่งออกไม่ดีขึ้น ทั้งๆ ที่ค่าเงินอ่อนมามากกว่า 10% ก็น่าจะประเมินได้ว่า GDP อาจจะอยู่เพียง 2-2.5% เท่านั้นเอง ซึ่งปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น น่าจะเป็นปัจจัยในด้านลบ แต่อย่าลืมว่า เรื่องเหล่านี้มีการสะท้อนไปแล้วในช่วงเดือน ส.ค. ซึ่งแน่นอนว่า SET INDEX ณ ขณะนั้น ก็ตอบรับด้วยการทำจุดต่ำสุดใหม่ลงไป ที่ระดับ 1292.14 จุดจากเหตุผลดังกล่าวผมจึงมองว่า การเคลื่อนไหวของ SET INDEX ในช่วงไตรมาส 4 คือช่วงสุดท้ายของปีนี้ ไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบดังกล่าว แม้ปัจจัยลบเหล่านี้จะเกิดขึ้นเรื่อยๆ จากการนำเสนอข่าวที่เกิดขึ้นก็ตามไตรมาส 4 ของทุกๆ ปี จะเป็นช่วงเวลาที่นักวิเคราะห์จะมองทิศทางเศรษฐกิจในปีหน้าจะมีการฟื้นตัวหรือไม่ ซึ่งกรณีเราใช้แนวคิดเดียวกัน ก็จะพบว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวของปีหน้า น่าจะเริ่มเห็นผลจากโครงการภาครัฐต่างๆ ที่มีการอัดฉีดลงไป โดยส่วนตัวแม้ผมจะคิดว่า การอัดฉีดเงินไปสู่ผู้มีรายได้น้อยจะได้ผลกลับมาต่ำกว่า การใช้โครงการภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเม็ดเงินดังกล่าวใช้ไม่ได้ผล แต่อาจจะได้ผลน้อยกว่าโครงการอื่นๆ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับปีนี้ที่ไม่มีเม็ดเงินในลักษณะนี้ลงไปสู่ระบบ ความแตกต่างกว่าเดิมย่อมเกิดขึ้น อีกทั้งการพิจารณาปัจจัยต่างประเทศในปี 2559 การขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐคงจะเกิดขึ้นแล้ว หลายท่านอาจจะกลัวเรื่องของการโยกย้ายเม็ดเงินจากตลาดทุนสู่ตลาดเงิน แต่ต้องบอกว่า ในเชิงของตลาดหุ้นแล้ว เมื่อมีข่าวเหล่านี้การรับรู้ข่าวมักจะเกิดขึ้นล่วงหน้า แปลว่า ข่าวดังกล่าวก็กระทบหุ้นไปแล้วในปีนี้ ผลต่อปีหน้าไม่น่าจะมี
เพราะฉะนั้น คาดว่าแม้ภาพใหญ่ของเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจน การเข้าสู่ไตรมาส 4 เมื่อมองเศรษฐกิจไปในปีหน้าก็ไม่น่าจะมีอะไรที่จะเลวร้ายไปกว่าเดิม อาจจะเสมอตัวหรือดีขึ้น ปัญหาที่สำคัญน่าจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนเอง แม้หลายบริษัทผลประกอบการจะเกิดและแปรตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ก็ต้องยอมรับว่า บางกลุ่มอุตสหกรรมยังเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ เพราะฉะนั้นผลประกอบการ อาจจะมีการขึ้นลงตามราคาขายของสินค้าในบริษัทนั้นๆ
มามองทิศทางของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น เมื่อมาพิจารณา SET INDEX ในเชิงการวิเคราะห์ทางเทคนิค จะพบว่า ต้องยอมรับว่าการปรับตัวลดลงต่ำกว่าแนวรับที่ 1,365-1,370 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มุมมองการวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นลบ ซึ่งโดยปกติการเกิดขึ้นในช่วงตลาดสร้างจุดสูงสุด หรือราคาหุ้นแพงอาจจะทำให้การปรับตัวลดลงของ SET INDEX สร้างจุดต่ำสุดได้ แต่การเกิดขึ้น ณ บริเวณนี้ ปัจจุบันที่ราคาหุ้นไม่แพงนัก จะทำให้เกิดการเสียเวลาในการเคลื่อนไหวของ SET INDEX จึงคาดว่า SET INDEX จะเป็นการแกว่งตัว ในระยะสัปดาห์อาจจะเสียเวลา แต่ไม่ NEW LOW โดยกรอบรับจะอยู่ที่ 1,330 กว่าๆ หรือ 1,340 กว่าๆ แต่แนวต้านก็มีมาก อาทิ 1,365, 1,370, 1,376-1,380 หรือ 1,390-1,397 แปลว่า ระยะสั้นการปรับตัวสูงกว่าตัวเลข 1,400 จุด ก็จะลำบากมาก
บทสรุปสำหรับมุมมองของตลาดหุ้นไทย มองว่า ระยะกลางไม่มีอะไรน่ากลัว เพราะทิศทางเศรษฐกิจปีหน้าไม่มีอะไรที่จะร้ายไปกว่าปีนี้ อาจจะเสมอตัวหรือดีขึ้นเล็กน้อย แต่สำหรับภาพระยะสั้นของ SET INDEX ต้องยอมรับว่า ภาพการเสียเวลา และทำให้ SET INDEX ช่วงสั้นเป็นลักษณะของการแกว่งตัว Sideway ออกขวาๆ และคงต้องไปหวังกันอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังเดือน ต.ค.เป็นต้นไป?







