posttoday
ปลุกรายการสร้างสรรค์พลิกวิกฤตทีวีดิจิทัล

ปลุกรายการสร้างสรรค์พลิกวิกฤตทีวีดิจิทัล

02 ตุลาคม 2558

แม้ว่าคอนเทนต์จะเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล แต่เนื่องจากจำนวนช่องฟรีทีวีที่มีมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันในด้านของคอนเทนต์ก็มีความรุนแรงมากขึ้นตามไปด้วย จากปัจจัยที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ต้องปรับตัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์แข่งขันมีการเปลี่ยนแปลงไป

แม้ว่าคอนเทนต์จะเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล แต่เนื่องจากจำนวนช่องฟรีทีวีที่มีมากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันในด้านของคอนเทนต์ก็มีความรุนแรงมากขึ้นตามไปด้วย จากปัจจัยที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทำให้ผู้ผลิตคอนเทนต์ต้องปรับตัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์แข่งขันมีการเปลี่ยนแปลงไป

สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีวีบูรพา กล่าวว่า หลังจากมีทีวีดิจิทัลเกิดขึ้น ส่งผลให้ผู้ผลิตรายการต้องปรับตัวอย่างมาก โดยเฉพาะรายการสารคดีของบริษัท เนื่องจากวันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปจากช่องทีวีที่บริษัทผลิตรายการที่เคยได้รับความนิยมอยู่ในอันดับต้นๆ ถูกลดลำดับความนิยมไปจากเดิม และจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้รายการสารคดีของบริษัทที่เคยได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ ถูกลดทอนความสนใจลงไปด้วย

ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะแค่รายการของบริษัทเพียงบริษัทเดียวเท่านั้น แต่ผู้ประกอบการรายอื่นๆ ก็ได้รับผลกระทบด้วย และเมื่อได้รับผลกระทบด้านความนิยมลดลง ส่งผลให้หลายรายเริ่มปรับตัวเพื่อการอยู่รอด ใส่อะไรเข้าไปในคอนเทนต์รายการได้ก็ใส่เข้าไป เนื่องจากสถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้วัดกันในเรื่องของการขายโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการปรับรูปแบบการแข่งขัน

อย่างไรก็ดี แม้รูปแบบการแข่งขันจะเปลี่ยนไป แต่สิ่งสำคัญของการผลิตรายการยังคงเป็นเรื่องของการพัฒนาคอนเทนต์ที่ต้องทำด้วยความคิดที่สร้างสรรค์ไม่ว่างานประเภทไหน เพื่อให้ผลงานมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น

กิติกร เพ็ญโรจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แฮฟเอกู๊ดดรีม เอช กรุ๊ป และบริษัท เฮลิโคเนีย เอช กรุ๊ป กล่าวว่า การเกิดขึ้นของทีวีดิจิทัลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านของจำนวนผู้ชม และเรตติ้งที่มีการกระจายตัวมากขึ้น เมื่อเรตติ้งไม่ได้อยู่ในลำดับต้นๆ เอเยนซีก็ไม่ซื้อโฆษณา ยิ่งเศรษฐกิจเป็นแบบนี้ ยิ่งทำให้ต้องระมัดระวังการใช้งบ หรือไม่ก็ตัดงบที่ไม่จำเป็นมากขึ้น

จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ปัจจุบันเริ่มไม่มีผู้ผลิตรายการคิดใหญ่ ทำใหญ่ และใช้งบเยอะในการผลิตรายการ โดยส่วนใหญ่หันมาผลิตรายการในฟอร์แมตที่พออยู่ได้และใช้งบลงทุนที่มีความเหมาะสม ด้วยการหันไปเน้นที่ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด

ด้าน ศิวะพร ชมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท กล่าวว่า จากแนวโน้มของราคาคอนเทนต์ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้ประกอบการหันมาลงทุนผลิตคอนเทนต์เองมากขึ้น ซึ่งบริษัทเองก็ได้ปรับสัดส่วนการผลิตคอนเทนต์เองเพิ่มขึ้นเช่นกัน ควบคู่ไปกับการเปิดตัวโครงการ เดอะ ครีเอเตอร์ เพื่อค้นหาไอเดียไทย ไปเวทีคอนเทนต์โลก ด้วยการเปิดเวทีให้ผู้มีความสามารถมาสร้างสรรค์รายการใหม่ๆ ให้กับประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน