
Shopee แอพค้าออนไลน์ พารายย่อยเจาะอาเซียน
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
จากจำนวนผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนในไทย ซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 24 ล้านคนในปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมสนใจหาข้อมูลข่าวสาร ไปจนถึงการจับจ่ายซื้อสินค้า สั่งจองบริการต่างๆ ฯลฯ ผ่านหน้าจอที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดผู้ประกอบการธุรกิจหน้าใหม่ หรือ “สตาร์ทอัพ” บนช่องทางออนไลน์ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) ต่างๆ อย่างเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม (ไอจี) ไลน์ เพื่อเจาะกำลังซื้อผู้บริโภคคนรุ่นใหม่
สุชาญา ปาลีวงศ์ ผู้จัดการผลิตภัณฑ์แอพพลิเคชั่น Shopee บริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) ผู้ทำธุรกิจเครือข่ายอินเทอร์เน็ตรายใหญ่จากสิงคโปร์ กล่าวว่า จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่จะร่วมกันกับเจ้าของธุรกิจร้านค้ารายย่อยในไทย โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าร้านผ่านแพลตฟอร์มไอจีที่มีอยู่จำนวนมากและขยายการเติบโตเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันมีผู้ใช้งานไอจีในไทยราว 2.3 ล้านคน
ทั้งนี้ บริษัทได้พัฒนาแอพพลิเคชัน Shopee ซึ่งจะเป็นตลาดกลางออนไลน์ที่รวบรวมร้านค้าต่างๆ บนไอจีของคนไทยมาไว้ในที่เดียว เพื่ออำนวยความสะดวกในการเลือกจับจ่ายซื้อสินค้าต่างๆ ให้กับผู้บริโภค ขณะเดียวกันยังเป็นการขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคคนไทยบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น จากเดิมบริษัทมีกลุ่มผู้ใช้บริการหลักในธุรกิจเกมออนไลน์ผ่านคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) และสมาร์ทโฟน
สำหรับแอพ Shopee ได้พัฒนาให้เหมาะสมกับการทำตลาดร่วมกับผู้บริโภคและร้านค้าท้องถิ่นในแต่ละประเทศ คือ เวียดนาม สิงคโปร์ ไต้หวัน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และไทย ซึ่งบริษัทแม่เห็นแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจร้านค้าออนไลน์ผ่านช่องทาง (แพลตฟอร์ม) บนเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับประเทศต่างๆ ในโลก
พร้อมวางตำแหน่งทางการตลาดแอพ Shopee ในไทย จะเป็นลักษณะผู้ให้บริการลูกค้าต่อลูกค้า (ซีทูซี) โดยใช้กลยุทธ์ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจร้านค้าไอจีที่ปัจจุบันเข้ามาอยู่ในแอพ Shopee ราว 5,000 ร้านค้า โดยมีสินค้าให้บริการผ่านแอพดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 5 แสนรายการ โดยมี 2 กลุ่มสินค้าหลักที่ผู้บริโภคคนไทยนิยมจับจ่ายสินค้า คือ กลุ่มสินค้าแฟชั่น เครื่องประดับ ของตกแต่ง (แอกเซสซอรี่)และกลุ่มสินค้าอุปกรณ์ของเล่นไอที เคสโทรศัพท์ เป็นต้น
“แอพ Shopee ถือเป็นมาร์เก็ตเพลสระหว่างร้านค้าออนไลน์ในไอจีและลูกค้าให้มาพบกัน ที่จะยังช่วยรับประกันความมั่นใจในการซื้อสินค้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายด้วย โดนบริษัทจะเป็นผู้พัฒนาระบบการชำระเงินที่ได้มาตรฐาน ที่สามารถเลือกชำระสินค้าได้ทั้งแบบโอนเงิน บัตรเครดิต หรือบริการแคช ออน เดลิเวอรี่” สุชาญา เสริม
นอกจากการทำตลาดออนไลน์ร่วมกับเจ้าของธุรกิจร้านค้ารายย่อยออนไลน์แล้วนั้น ยังพบว่าผู้ประกอบการธุรกิจเริ่มต้น หรือ สตาร์ทอัพกลุ่มนี้ยังมีความสนใจที่จะทำตลาดออฟไลน์ด้วย แต่อาจติดปัญหาอื่นๆ เช่น เงินทุนในการจัดกิจกรรมเพื่อออกบูธแสดงสินค้า หรือการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่องทางสื่อดั้งเดิม ซึ่งบริษัทยังจะเป็นคนกลางในการจัดกิจกรรม (อีเวนต์) ต่างๆ ด้วย
สำหรับกลุ่มร้านค้ารายย่อยออนไลน์ต่างๆ ที่อยู่ในแอพ Shopee นั้น จะไม่เสียค่าธรรมเนียมการเข้ามาร่วมเป็นสมาชิกร้านค้าแต่อย่างใด ขณะเดียวกันในส่วนของรายได้ที่มีจะมาจากธุรกิจบริการดังกล่าวจะอยู่ในรูปแบบของการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับพันธมิตรธุรกิจท้องถิ่น เช่น การจัดกิจกรรม ทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์
พร้อมกันนี้ บริษัทยังวางแผนเป็นผู้ให้บริการขนส่งกระจายสินค้า (โลจิสติกส์) เพื่อให้ธุรกิจออนไลน์มีความครบวงจร โดยร่วมกับพันธมิตรผู้ให้บริการดังกล่าวในไทย คาดพร้อมเปิดตัวบริการใหม่ดังกล่าวในเร็วๆ นี้
ปัจจุบันมียอดผู้ใช้บริการดาวน์โหลดแอพดังกล่าวราว 1 ล้านราย โดยบริษัทวางเป้าหมายภายใน 3 ปีจากนี้ จะสามารถขยายจำนวนร้านค้าออนไลน์ในไอจีให้เข้ามาอยู่ในแอพได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนร้านค้า พร้อมวางแผนนำกิจการดังกล่าวเข้าไปทำตลาดได้ในอีก 6 ประเทศที่บริษัทมีสาขาทำตลาดด้วย ซึ่งจะเป็นการผสานกลยุทธ์การทำตลาดระหว่างสาขาในแต่ละประเทศ เพื่อรองรับการขยายตัวของเอสเอ็มอีภูมิภาคอาเซียนร่วมกัน







