
ไมซ์ส่อรายได้อืด ทีเส็บปูพรมหนุนฮับอาเซียน
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
สภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มการจัดประชุมสัมมนาและนิทรรศการ (ไมซ์) แถบยุโรป เลือกใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่จัดงานลดลง เฉลี่ย 10-15% เมื่อเทียบกับช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งไมซ์ถูกจัดระดับให้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงกว่านักท่องเที่ยวทั่วไปถึง 3 เท่า ค่าใช้จ่าย 8.6-8.7 หมื่นบาท/ทริป สำหรับตลาดแถบยุโรปมีวันพักเฉลี่ยประมาณ 7-8 วัน เมื่อเทียบกับตลาดเอเชียเฉลี่ย 4-5 วัน
ศุภวรรณ ตีระรัตน์ รองผู้อำนวยการสายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ บอกว่า ในปีนี้แนวโน้มรายได้ตลาดไมซ์ อาจพลาดเป้าหมาย 9.2 หมื่นล้านบาทที่ตั้งไว้ เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว การปรับฐานนักท่องเที่ยวตลาดเอเชีย อาเซียนแทนที่ตลาดยุโรป ซึ่งมีวันพักเฉลี่ยที่ยาวนานกว่า
ล่าสุด 3 ไตรมาสแรกมีรายได้ 7 หมื่นล้านบาท ทำให้ทีเส็บปรับประมาณการรายได้ปี 2559 เหลือเท่าปีนี้ที่ 9.2 หมื่นล้านบาท
ขณะที่เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวไมซ์ปีหน้า 1.06 ล้านคน เทียบกับปีนี้ 9.8 แสนคน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้น
ทั้งนี้ ทีเส็บได้ปรับกลยุทธ์การตลาดในปี 2559 ภายใต้แคมเปญ “ไทยแลนด์ คอนเนกท์ เอาเออร์ ฮาร์ท ยัวร์ เวิลด์” ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) ไมซ์ในภูมิภาคอาเซียน โดยมองว่าการเดินทางในกลุ่มอินทราอาเซียน ทราเวลนั้น ตลาดสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เป็นตลาดที่มีศักยภาพเดินทางมาใช้บริการในประเทศไทยเพิ่มขึ้น เพราะจุดขายเรื่องสินค้าและบริการที่หลากหลาย โครงสร้างพื้นฐานการเดินทาง รวมถึงสถานที่จัดงานที่มีความพร้อม
นอกจากนี้ การขยายพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษตามเขตติดต่อชายแดนระหว่างประเทศ ในกลุ่มลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส) และกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) เป็นกลุ่มที่มีโอกาสและช่องทางการเติบโตสูง
ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาจัดไมซ์ในไทย แบ่งเป็น เอเชีย 40% อาเซียน 30% ยุโรป 10-20% สหรัฐอเมริกา 5% โอเชียเนีย 5%
“ในปีหน้าไมซ์จีนจะเป็นกลุ่มตลาดที่เป็นกำลังหลักของไทย เพราะคนจีนชื่นชอบการเดินทางมาไทย ขณะที่ตลาดอาเซียนเป็นกลุ่มที่สามารถตัดสินใจเดินทางมาไทยได้บ่อยครั้ง มีความถี่ในการเดินทาง เชื่อว่าช่วยลดผลกระทบกับตลาดยุโรปได้ ขณะที่ตลาดสหรัฐเป็นตลาดที่ทีเส็บให้ความสำคัญอย่างจริงจัง เพราะกำลังซื้อเริ่มกลับมา จากสภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว” ศุภวรรณ กล่าว
ด้านกำลังซื้อที่ลดลง ทีเส็บได้เตรียมจัดแพ็กเกจกระตุ้นกำลังซื้อแบบขั้นบันได โดยมุ่งเจาะกลุ่มการจัดไมซ์ขนาดใหญ่ จำนวนตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป จะสนับสนุนงบประมาณ ให้ผู้จัดงานทันที 1-2 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมา เป็นต้น ส่วนไมซ์ในประเทศคาดว่าปีนี้มีนักท่องเที่ยว 15 ล้านคน สร้างรายได้ 3 หมื่นล้านบาท จากมาตรการรัฐบาลส่งเสริมให้ข้าราชการจัดงานไมซ์ในประเทศไทย
นพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวว่า ประเทศไทยมีจุดเด่น 3 เรื่องหลักสำหรับการเป็นศูนย์กลางไมซ์ในอาเซียน ได้แก่ 1.การมีจุดหมายปลายทางเส้นทางที่หลากหลายในแต่ละภูมิภาค
ทั่วประเทศ 2.การสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยใช้ประเทศไทยเป็นสถานที่เจรจาทางธุรกิจและเชื่อมต่อไปยังประเทศอื่น และ 3.บุคลากรมืออาชีพ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม
นอกจากนี้ ยังรวมถึงการจัดรายการส่งเสริมการขายตลอดปี 2559 เช่น การร่วมกับผู้ประกอบการย่านราชประสงค์ฟื้นฟูการท่องเที่ยว บียอนด์ คอนเนก นำเสนอแพ็กเกจให้นักท่องเที่ยวเดินทางจัดการประชุมในเส้นทางไมซ์ ซิตี้ ใน 5 เมือง โดยทีเส็บจะสนับสนุนค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินให้คนละ 1,000 บาท เป็นต้น
ในปีหน้าประเทศไทยยังเป็นสถานที่จัดงานไมซ์ระดับสากลอีกหลายงาน เช่น ทีเบก เอเชีย, วัน ยัง เวิลด์ ซึ่งประเมินว่าแต่ละงานมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 1,000 คน เป็นต้น
“ในปีหน้ารายได้ตลาดไมซ์ต่อคนต่อหัวจะเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้น ส่วนหนึ่งมาจากราคาห้องพักของผู้ประกอบการในประเทศจะสามารถปรับขึ้นได้หรือไม่ ส่วนปัจจัยลบที่จะส่งผลต่อตลาดไมซ์ มองว่าเหตุการณ์ก่อการร้ายไม่ใช่ประเด็นหลัก เพราะสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วโลก ขณะที่รัฐบาลไทยมีมาตรการรับมือที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้” นพรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย







