posttoday
ปรับกลยุทธ์ยุค ‘น้ำมันถูก’ กลุ่ม ปตท.ตุนเงินซื้อกิจการ-เร่งคืนหนี้

ปรับกลยุทธ์ยุค ‘น้ำมันถูก’ กลุ่ม ปตท.ตุนเงินซื้อกิจการ-เร่งคืนหนี้

30 กันยายน 2558

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

จากสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในขณะนี้ จากระดับสูงสุด 140 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลให้ผู้ประกอบการธุรกิจพลังงานต้องปรับตัว ล่าสุดธนาคารกสิกรไทยจัดเสวนา “KS Naked Talks : ทิศทางพลังงานโลก อนาคตพลังงานไทย”เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. ระบุว่า สาเหตุราคาน้ำมันดิบร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดที่ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ปัจจัยหลักมาจากความต้องการใช้น้ำมันไม่สอดคล้องกับกำลังการผลิตที่ยังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐได้กลายเป็นผู้ส่งออกน้ำมัน จากเดิมที่เป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ จากการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต oil shale ซึ่งได้ทั้งน้ำมันและก๊าซ

“ซัพพลายที่ล้นตลาดกดดันให้ราคาลดต่ำลง แต่ทิศทางราคาน่าจะชัดเจนในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เพราะราคาน้ำมันที่ลดลงเหลือ 40-50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลให้หลุมเจาะน้ำมันและก๊าซในสหรัฐลดลงมาก แต่อาจมีน้ำมันดิบจากอิหร่านเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น โดยปัจจัยเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดทิศทางราคาน้ำมัน ซึ่ง ปตท.คาดการณ์ว่าปีหน้าราคาน้ำมันจะอยู่ที่เฉลี่ย 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และมีโอกาสที่ราคาจะปรับขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในอีกไม่เกิน 5 ปี” เทวินทร์ กล่าว

สำหรับการปรับตัวของ ปตท.ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันทรงตัว เทวินทร์ ระบุว่า ในช่วงที่ราคาน้ำมันขาลง ปตท.จะให้ ปตท.สผ.มองหาลู่ทางเข้าซื้อธุรกิจปิโตรเลียมในราคาที่มีส่วนลด (Discount) โดยกลุ่ม ปตท.ได้ปรับแผนการลงทุน คือ ชะลอโครงการที่อาจจะยังไม่เหมาะสมในขณะนี้ เพื่อตุนเงินสดไว้ซื้อกิจการและใช้เป็นสภาพคล่องในการบริหารกิจการด้วย ไม่ใช่แค่การเข้าซื้อหุ้น

“การซื้อหุ้นอย่างเดียวโดยไม่ร่วมบริหารมีความเสี่ยง ดังนั้นเราจะไม่พึ่งพาหรือให้ใครบริหารธุรกิจที่เราไม่คุ้นเคย เช่น โครงการ Oil Sands ซึ่งตอนนั้นเราลงทุนตอนที่ราคาน้ำมันอยู่ที่ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จึงเป็นบทเรียนที่ดีของกลุ่ม ปตท.” เทวินทร์ ระบุ

นอกจากนี้ ปตท.จะเพิ่มการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และแม้ว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ปตท.จะรุกขยายธุรกิจปั๊มน้ำมันในลาว กัมพูชา และฟิลิปปินส์ ส่วนเมียนมาก็อยู่ในแผน เพียงแต่ยังติดระเบียบบางประการจึงยังลงทุนไม่ได้ แต่ต่อไป ปตท.จะเน้นการลงทุนธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ

“ประเทศเพื่อนบ้านยังมีศักยภาพทรัพยากรที่ดี และมีการพัฒนาไม่มากนัก การเปิดเออีซีจึงทำให้ ปตท.มีโอกาสขยายธุรกิจได้มากขึ้น ส่วนโมเดลการลงทุนนั้น ปตท.มองถึงการร่วมทุนทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เช่น โรงแยกก๊าซ ท่อก๊าซ ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านก็สนใจ แต่จะทำอย่างไรให้บริษัทน้ำมันแห่งชาติของประเทศเหล่านั้นพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้” เทวินทร์ กล่าว

อธิคม เติบศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ กล่าวว่า ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงเป็นผลจากกำลังการผลิตที่ล้นเกิน ซึ่งราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลให้ธุรกิจโรงกลั่นยังไปได้ดี เพราะต้นทุนซื้อน้ำมันถูกลงในขณะที่ค่าการกลั่นเพิ่มขึ้น และขณะนี้ปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นทั่วโลกไม่ใช่เฉพาะแต่ประเทศไทย

“ราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลให้เงินซื้อน้ำมันมากลั่นลดจาก 800 ล้านบาท/วัน เหลือ 400 ล้านบาท/วัน ทำให้ไทยออยล์มีเงินสะสม 4 หมื่นล้านบาท จึงจะนำเงินดังกล่าวมาจ่ายคืนหนี้สิน 9,000 ล้าน
บาท ส่วนที่เหลือจะนำไปปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่น เมื่อหักแล้วจะเหลือเงินสะสม 1 หมื่นล้านบาท แต่ราคาน้ำมันที่ถูกบวกกับค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้น ทำให้มีโรงกลั่นใหม่ๆ เกิดขึ้นทั่วโลก” อธิคม ระบุ

ขณะที่ ชัยวัฒน์ โควาวิสารัช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม มองว่า โอกาสที่จะได้เห็นราคาน้ำมันที่ระดับ 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล คงไม่มีอีกแล้ว แต่คาดว่าในช่วง 3-4 ปีจากนี้ราคาน้ำมันจะปรับเพิ่มเป็น 60-70 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เนื่องจากความต้องการใช้ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

“ผมมองว่าออยล์เชลของสหรัฐเป็นเหมือนกองโจร มาเร็วเคลมเร็ว ลงทุนน้อย และตอนนี้ใช้เวลาพัฒนาการขุดเจาะสำรวจแค่ 6 เดือน จากเดิมที่ใช้เวลา 18-24 เดือน” ชัยวัฒน์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี