posttoday
ลงทุนเพื่อ ‘สละโสด’ กันได้แล้ว (1)

ลงทุนเพื่อ ‘สละโสด’ กันได้แล้ว (1)

30 กันยายน 2558

“ขอเก็บเงินสร้างตัวก่อนค่ะ” “ขอเวลาสร้างฐานะก่อนครับ”

โดย...ฐาปณัฐ สุภาโชค

“ขอเก็บเงินสร้างตัวก่อนค่ะ” “ขอเวลาสร้างฐานะก่อนครับ”

เรามักได้ยินข้ออ้างทำนองนี้อยู่เสมอ และอาจกล่าวว่าเป็นเหตุผลสำเร็จรูป จนเป็นแบบฉบับของคนในสังคมเมือง เพื่อใช้ครองความโสดของตัวเองต่อไปอย่างเหนียวแน่น แม้ว่าวัยจะเข้าใกล้หรือล่วงเลยเลขสามนำหน้าไปแล้วก็ตาม ทั้งที่บางรายก็มีคู่ที่คบหาดูใจเป็นมั่นเหมาะอยู่แล้ว แต่ไฉนไม่ปักใจ “ร่วมหอลงโรง” กันเสียที

ในปัจจุบัน ทัศนคติว่าด้วยการแต่งงานหรือ “สร้างครอบครัว” ของคนไทยเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมากทีเดียว กล่าวคือทั้งสองฝ่ายพร้อมจะชะลอการแต่งงานหรือเริ่มต้นชีวิตคู่ออกไปทุกขณะ ไม่คิดว่าการเริ่มต้นครอบครัวไปพร้อมๆ กับตั้งต้นชีวิตการงานเป็นเรื่องจำเป็น หรือสามารถเดินร่วมกันไปได้ ประจักษ์ชัดผ่านข้อมูลตัวเลขแสดงอายุเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นของคู่สมรส ที่นิด้าโพลสำรวจพบเมื่อปี 2556 ว่า คนส่วนใหญ่คิดว่าพร้อมจะแต่งงานในช่วงอายุ 25-39 ปี เปรียบเทียบกับข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติระหว่างปี 2513-2553 พบว่าอายุเฉลี่ยของคู่สมรสจะอยู่ระหว่าง 22-28 ปีเท่านั้น

ไม่ว่าจะ “สร้างตัว” หรือ “สร้างฐานะ” ต่างก็เป็นเหตุผลสะท้อนให้เห็นว่า การเริ่มต้นชีวิตคู่ต้องมาพร้อมกับความมั่นใจทางการเงิน แค่เพียงจะป่าวประกาศว่าคนสองคนจะแต่งงานกัน ก็ต้องคิดแล้วว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่ตามมาอีกไม่น้อย

เราลองพิจารณาดูสิว่า มีค่าใช้จ่ายสำคัญๆ อะไรบ้างที่เกี่ยวข้องกับการสละโสด จนทำให้คนในปัจจุบันต้องใช้เวลาตระเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ยาวนานกว่าคนรุ่นพ่อแม่

ค่าใช้จ่ายเพื่อเตรียมตัวเปลี่ยนสถานะอย่างแรกคงหนีไม่พ้น ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับ “เรือนหอ” ไม่ว่าจะซื้อใหม่หรือตกแต่งดัดแปลงเพิ่มเติม เพื่อเตรียมพร้อมเป็นนิวาสถานสำหรับชีวิตคู่ งบประมาณก้อนนี้ต่างกันไปตามแต่ละราย เริ่มต้นจากหลักหมื่นหลักแสนไปจนถึงหลักล้าน แล้วแต่รสนิยมและฐานะของคู่สมรส ถัดมาคือ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพิธีแต่งงาน ไม่ว่าจะค่าเสื้อผ้าชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว ค่าอาคารสถานที่ ค่าอาหารเครื่องดื่ม รวมทั้งค่าดำเนินการจิปาถะ ทั้งค่าช่างภาพ ช่างทำผม ช่างแต่งหน้า ฯลฯ อาจรวมถึงค่าแหวนแต่งงานของว่าที่บ่าวสาวด้วย และสุดท้าย ค่าใช้จ่ายที่เป็นภาระของฝ่ายชายก็คือ “สินสอดทองหมั้น” ประกอบด้วยเงินค่าสินสอดซึ่งฝ่ายชายมอบให้บิดามารดาฝ่ายหญิง จะมากหรือน้อยก็ต้องให้สมตามฐานะของทั้งสองฝ่าย อาจเป็นเงินหลักแสนไปจนถึงหลายล้านเลยก็ได้ รวมทั้งของหมั้นที่มอบให้เจ้าสาว โดยปกติแล้วมักเป็นทองคำ มูลค่าตั้งแต่ 1 บาท ไปจนถึงหลายสิบบาทตามความเหมาะสม

ค่าใช้จ่ายที่ว่ามาทั้งหมดนี้กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ในแต่ละปีปรับเพิ่มประมาณ 4-10% เลยทีเดียว เรียกว่าเพิ่มสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเสียอีก

ยิ่งเมื่อคิดถึงคนที่กำลังจะจัดงานแต่ง ที่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ว่ามา โดยไม่ขอพึ่งเงินของพ่อแม่หรือญาติพี่น้อง หรือพึ่งแต่ให้น้อยที่สุดแล้ว คงไม่มีใครจะไม่เห็นด้วย (และอาจเห็นใจเสียด้วย) กับเหตุผลที่ว่า “ขอเวลาเก็บเงินอีกหน่อยเถอะ” สุดท้ายแล้ว แม้จะอยากจัดงานแค่ไหนก็ไม่ได้แต่งกันเสียที เพราะใช่ว่าทุกคนจะเกิดบนกองเงินกองทอง มีทรัพย์สินสั่งสมมาตั้งแต่เกิด ลำพังเพียงเงินเดือนจากงานประจำแบบ “มนุษย์เงินเดือน” ก็ไม่รู้ว่าต้องเก็บออมกันสักกี่ปีถึงจะพร้อมเสียที คงต้องเลื่อนงานแต่งงาน “ในฝัน” ออกไปเรื่อยๆ แบบไม่มีกำหนดเป็นแน่

ดังนั้นแล้ว การพิจารณาแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนเพื่อให้งอกเงยสำหรับเตรียมการจัดงานแต่งก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจอีกทางหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท