
Anthony Hair ทุกเวลาคือ ชั่วโมงทำเงิน
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
เศรษฐกิจ ชะลอตัว กำลังซื้อซบเซา ธุรกิจขนาดใหญ่ปรับโครงสร้างองค์กร ทำให้พนักงานบริษัทหลายรายต่างมองหาอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ รวมถึงตัดสินใจออกจากงานประจำเพื่อหาอาชีพใหม่ ทำให้ในช่วงปีที่ผ่านมามีผู้สนใจหันมาลงเรียนหลักสูตรการเป็นเจ้าของธุรกิจซาลอนเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 60% ทีเดียวเทียบกับช่วงเดียวกันในปีก่อน เพื่อออกไปเปิดร้านธุรกิจบริการตัดผมหรือเสริมสวยของตัวเอง
คำบอกเล่าของ ณรงค์ โพธิ์เงิน เจ้าของและผู้ก่อตั้งสถาบัน Anthony Hair โรงเรียนเสริมสวยและออกแบบทรงผมนานาชาติ อ.ณรงค์ ที่อยู่ในวงการช่างตัดผมทั้งในและต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 40 ปี ซึ่งฝากฝีมือช่างตัดผมไทยจนเป็นที่ยอมรับในกลุ่มชาว
ต่างชาติมาแล้ว ก่อนตัดสินใจขนอุปกรณ์ตัดซอยผมกลับมาเมืองไทย เพื่อถ่ายทอดความรู้ระดับสากลที่มีมายังช่างผมไทยรุ่นใหม่ๆ
สำหรับการก่อตั้งสถาบันดังกล่าวเกิดขึ้นจากแนวคิดที่ต้องการสร้างเครือข่ายระหว่างร้านและช่างตัดผมไทย ผ่านรูปแบบการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ทั้งลงกรรไกร การทำเคมีผม และเทคนิคต่างๆ จากช่างผมจริง โดยในรอบ 15 ปีที่ผ่านมานี้ สถาบันสามารถผลิตช่างทำผมฝีมือระดับอาจารย์หรือมาสเตอร์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 50 ราย
“ในช่วงนั้นเห็นว่าช่างตัดผมไทยที่เก่งๆ มีความมุ่งมั่นที่จะตัดผมให้ลูกค้าเพื่อให้ได้รับความสุข แต่เมื่อช่างผมล้มหายตายจากไป วิชาชีพหรือเทคนิคการทำผมก็หายตามไปด้วย ไม่สามารถกระจายสู่คนอื่นได้ ซึ่งเป็นที่มาของการก่อตั้งสถาบันแห่งนี้ขึ้นมาในเมืองไทย” ณรงค์ เล่า
สำหรับการเปิดสถาบันแห่งนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อหวังฝึกวิชาชีพให้กับกลุ่มคนที่สนใจแต่ไม่มีทุนเพียงพอ ที่สามารถเข้ามาขอคำปรึกษาในการเรียนการสอนทำผมได้ด้วยเช่นกัน นอกเหนือจากหลักสูตรวิชาชีพการทำผมปกติ ที่คิดอัตราค่าบริการแต่ละคอร์สแตกต่างกันออกไป ซึ่งมีตั้งแต่ไม่เสียค่าใช้จ่ายไปจนถึงคอร์สหรือหลักสูตรละ 5,000 บาท/ชั่วโมง
ปัจจุบันสถาบันมีลูกศิษย์ร่วม 23 รุ่น โดยแต่ละรุ่นเปิดรับรอบละไม่เกิน 120 คน ใช้ระยะเวลาเรียนจนจบครบหลักสูตรราว 3-6 เดือน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับเป้าหมายของตัวผู้ที่เข้ามาเรียนเองด้วยว่ามีวัตถุประสงค์ด้านใด อย่างต้องการเรียนเพื่อเสริมความรู้ เรียนเพื่อประกอบอาชีพ คือ มีอาชีพรับจ้างเป็นช่างผมอยู่แล้ว และเรียนเพื่อประกอบกิจการ หรือเพื่อเป็นเจ้าของธุรกิจ ซึ่งกลุ่มหลังนี้มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก
จากแนวโน้มความต้องการดังกล่าว สถาบันได้ออกแบบหลักสูตรเพื่อรองรับโดยเฉพาะ คือ หลักสูตรแกลเลอรี่ แอดวานซ์ เพื่อฝึกให้เป็นเจ้าของร้านซาลอน ทำผม ไปจนถึงเสริมสวยแบบครบวงจรโดยเฉพาะ ที่เจ้าของกิจการเป็นผู้ลงมาทำเองทุกอย่าง ตั้งแต่เปิดร้าน จัดร้าน ดูแลกิจการ ไปจนถึงให้บริการลูกค้า ซึ่งคอร์สนี้มีระยะเวลาเรียน 90 วัน
สำหรับหลักสูตรดังกล่าวยังเป็นแนวโน้มเดียวกับงานบริการในสหรัฐที่ผู้คนไม่นิยมการเป็นลูกจ้าง แต่จะทำงานหารายได้คิดแบบเป็นชั่วโมงแทน เรียกได้ว่าทุกวินาทีและชั่วโมงการทำงานเป็นรายได้ทั้งหมด ซึ่งรวมถึงในสายอาชีพช่างผมด้วยเช่นกัน อย่างในปัจจุบันมีผู้สนใจเข้ามาเรียนซึ่งเป็นพนักงานในบริษัทโรงงาน พอกิจการเลิกจ้างก็หันมาเปิดร้านเสริมสวยแบบครบวงจรได้เลยทันที โดยทั้งร้านมีเจ้าของเป็นผู้ให้บริการเองทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ผู้มาเรียนจะมีอายุ 30 ปีขึ้นไป
จากแนวโน้มที่เกิดขึ้นดูเผินๆ อาจดูเหมือนว่าจะมีธุรกิจร้านทำผมขยายตัวเพิ่มขึ้น แต่ความจริงแล้วจำนวนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้มากนัก จากเดิมหนึ่งร้านทำผมอาจมีช่างให้บริการ 6 คน แต่ปัจจุบันช่าง 6 คนในร้านเดิมนี้ก็อาจไปเปิดร้านของตัวเอง แต่ให้บริการลูกค้าที่มีโอกาสไปใช้บริการจากร้านอื่นมากขึ้น ปัจจุบันคาดว่ามีร้านเสริมสวยหรือซาลอนขนาดต่างๆ ในกรุงเทพฯ เปิดให้บริการไม่ต่ำกว่า 2,000 แห่ง
ขณะที่ต้นทุนการเริ่มต้นกิจการก็ไม่มากนัก หากเป็นร้านทำเลระดับปานกลางอาจเสียค่าเช่าที่ราว 5,000-6,000 บาท/เดือน ไม่รวมต้นทุนอุปกรณ์อื่นๆ แต่ต่อวันสามารถหารายได้ตั้งแต่ 1,500 บาทขึ้นไปก็สามารถอยู่ได้แล้ว ซึ่งเป็นอัตรารายได้ที่น่าสนใจไม่น้อย
ด้านจุดเด่นของแบรนด์ Anthony Hair ที่ทำให้เป็นที่จดจำและยอมรับนั้นอยู่ที่ตัวผู้สอนมีแนวคิดใหม่ๆ ไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้ และที่สำคัญจะต้องมีสไตล์เป็นของตัวเอง







