
รายย่อยอาเซียนเข้าถึงสินเชื่อ
เอสเอ็มอีอาเซียนต้องเข้าถึงสินเชื่อ ลดความเหลื่อมล้ำกระจายรายได้หลังเออีซี
เอสเอ็มอีอาเซียนต้องเข้าถึงสินเชื่อ ลดความเหลื่อมล้ำกระจายรายได้หลังเออีซี
เจโจมาร์ ซี ไบเนย์ รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ควรสนับสนุนให้ธุรกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และขนาดเล็ก (เอ็มเอสเอ็มอี) เข้าถึง
สินเชื่อมากขึ้น เพื่อผลักดันเศรษฐกิจของอาเซียนไม่ให้การเติบโตกระจุกอยู่ที่มีผู้มีรายได้ปานกลางไปจนถึงรายได้สูงเท่านั้น ภายหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
“ผมเชื่อว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจจะไร้ความหมาย ถ้าไม่ได้นำมาซึ่งผลประโยชน์แก่ทุกคน หรืออย่างน้อยเพื่อคนจำนวนมาก” ไบเนย์ กล่าว
นอกจากนี้ รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนดังกล่าวยังระบุอีกด้วยว่า แม้การลงทุนในเอ็มเอสเอ็มอีจะมีความเสี่ยง แต่หากมีการให้ความรู้เกี่ยวกับการเงินและมีการบริหารจัดการที่ดีแล้ว การลงทุนในเอสเอ็มอีจะต้องช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ไบเนย์ ระบุว่า ยังจำเป็นต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการทำธุรกรรมทางการเงินข้ามชาติ ซึ่งในปัจจุบันยังไม่ได้รับความสนใจ เนื่องจากยังมีความเข้าใจผิดต่อการลงทุนธุรกรรมการเงินข้ามชาติเป็นธุรกิจที่ไม่เกิดกำไร
“ความท้าทายอยู่ตรงที่จะโน้มน้าวให้นักธุรกรรมการเงินทั้งหลายสามารถได้รับกำไรที่มั่นคง ในขณะที่ช่วยสร้างโครงการข้ามประเทศ ซึ่งจะช่วยให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ดังนั้นโครงการแคมเปญการให้ข้อมูลแก่มวลชนต่อผลประโยชน์ในการทำธุรกรรมข้ามชาติด้วยพันธบัตรของภาคเอกชน จะช่วยเป็นหัวหอกให้แก่การสร้าง
รายได้ของประชาชนในอาเซียน” ไบเนย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม อาเซียนมีความแตกต่างระหว่างระดับของเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย และการบังคับใช้กฎหมาย โดยรองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ระบุว่า สิ่งเหล่านั้นจำเป็นต้องประสานกันให้ดีเสียก่อนที่จะรวมระบบการเงินให้เป็นระบบเดียว
ทั้งนี้ ธุรกิจเอ็มเอสเอ็มอีในอาเซียนคิดเป็นราว 96% ของธุรกิจทั้งหมดภายในภูมิภาค และหลายชาติ อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย ต่างเล็งเห็นความสำคัญต่อการผลักดันธุรกิจรายย่อย เพื่อช่วยในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ







