
ยุโรปเรียกสอบโฟล์คโกงมลพิษ
สหภาพยุโรปร่วมวงสอบโฟล์คสวาเกน ประเด็นติดตั้งซอฟต์แวร์หลอกเครื่องตรวจมลภาวะ
สหภาพยุโรปร่วมวงสอบโฟล์คสวาเกน ประเด็นติดตั้งซอฟต์แวร์หลอกเครื่องตรวจมลภาวะ
ริคาร์โด คาร์โดโซ โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) เปิดเผยว่า เอลซาเบียตา คณะกรรมาธิการยุโรปด้านอุตสาหกรรมมีแผนจะหารือกับ เฮอร์เบิร์ต ดีสส์ ซีอีโอของโฟล์คสวาเกน เอจี เพื่อหารือเกี่ยวกับกรณีการติดตั้งซอฟต์แวร์หลอกเครื่องตรวจสอบมลภาวะทางอากาศ ซึ่งกลายเป็นกรณีอื้อฉาวไปทั่วโลก
การพบปะกันจะทำให้อีซี ซึ่งถือเป็นหนึ่งในองค์กรด้านการบริหารของสหภาพยุโรป (อียู) เข้าไปมีส่วนในการตรวจสอบกรณีอื้อฉาวมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของโฟล์คเท่านั้น แต่ยังหมายรวมถึงอุตสาหกรรมรถยนต์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของเยอรมนีและมาตรการกำกับดูแล
“เราอยากได้ภาพรวมว่ามีรถยนต์กี่คันที่ได้รับการรับรองในอียู ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าว” คาร์โดโซ กล่าว
ซอฟต์แวร์ซึ่งทางโฟล์คใช้เพื่อหลอกเครื่องตรวจจับของสหรัฐถูกระงับการใช้ภายใต้การตรากฎหมายของอียู โดยรัฐบาลประเทศสมาชิกยุโรปมีหน้าที่บังคับใช้บทลงโทษสำหรับการละเมิดกฎดังกล่าว ทั้งการปรับและการเพิกถอนการรับรอง
ทั้งนี้ อียูกำลังเร่งตรวจสอบมาตรการกำกับดูแลมลภาวะที่หละหลวมกว่าสหรัฐ และยังเผชิญปัญหาการแบ่งโครงสร้างการบริหารระหว่างระดับภูมิภาคกับระดับประเทศ โดยอียูพยายามที่จะจำกัดการปล่อยมลภาวะจากถนนจริงให้ได้ภายในปลายปี 2017 เนื่องจากในปัจจุบันอัตราการปล่อยคาร์บอนบนท้องถนนสูงกว่าในห้องทดลองมาก
“เราได้เชิญให้ทุกประเทศสมาชิกดำเนินมาตรการสอบสวนกรณีดังกล่าวในระดับชาติและส่งรายงานกลับมา ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลรัฐสมาชิกที่ต้องปฏิบัติ และแน่นอนว่าเราจะไม่ทนต่อการทุจริต และเราหวังจะมีการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด” คาร์โดโซ ระบุ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากหน่วยงานกำกับการปล่อยมลพิษของรถยนต์ในสหรัฐพบว่ารถยนต์ดีเซลของโฟล์คปล่อยมลภาวะมากผิดปกติ และสอบสวนจนพบว่าโฟล์คติดตั้งซอฟต์แวร์สำหรับเครื่องตรวจจับดังกล่าว ส่งผลให้โฟล์คต้องเสียค่าปรับและเรียกคืนรถยนต์ทั่วโลก
ในวันเดียวกัน กระทรวงคมนาคมญี่ปุ่นสั่งให้ โตโยต้า นิสสัน มาสด้า และมิตซูบิชิ 4 ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ในญี่ปุ่นและนำเข้ารถยนต์แบรนด์ยุโรป ส่งรายงานตรวจสอบว่ารถยนต์ดีเซลได้มาตรฐานที่ทางการญี่ปุ่นกำหนดหรือติดตั้งซอฟต์แวร์ซึ่งสามารถหลอกเครื่องตรวจสอบมลภาวะหรือไม่
อากิฮิโระ โอตะ รัฐมนตรีคมนาคมญี่ปุ่น กล่าวว่า ทางการกำลังตัดสินใจว่าจำเป็นต้องยกระดับขั้นตอนการตรวจสอบหรือไม่ โดยจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลดังกล่าวเพื่อสร้างความเข้าใจในองค์รวม
ภาพ...เอเอฟพี







