posttoday
EPG ขับเคลื่อน ด้วยนวัตกรรม

EPG ขับเคลื่อน ด้วยนวัตกรรม

29 กันยายน 2558

โดย...จิตรา อมรธรรม

โดย...จิตรา อมรธรรม

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2559 (เดือน ก.ค.-ก.ย. 2558) ของ EPG จะทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่องด้วยกำไร 317.7 ล้านบาท +10.4% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และ +123.9% เมื่อเทียบปีต่อปี จากออร์เดอร์ชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น บันไดข้างและหลังคารถกระบะที่เริ่มเข้ามาหลังพ้นการเปลี่ยนรุ่นรถกระบะ

นอกจากนี้ EPG ยังได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า และต้นทุนเม็ดพลาสติกที่จะยังอยู่ในระดับต่ำไปจนถึงปีหน้าเป็นอย่างน้อย เราปรับเพิ่มกำไรปี 2559-2560 (สิ้นสุดเดือน มี.ค.) ขึ้นปีละ 10-13% เป็นโต 98.6% เมื่อเทียบปีต่อปี ในปี 2560 และโต 10.5% เมื่อเทียบปีต่อปี ในปี 2561 จากแนวโน้มที่สดใสในกลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ และอัตรากำไรขั้นต้นที่ยังอยู่ในระดับสูง ข่าวของโฟล์คสวาเกนไม่กระทบ EPG เพราะส่วนใหญ่ส่งออกไปสหรัฐ ประเมินราคาพื้นฐาน 12 บาท

คาดกำไรไตรมาส 2 ปี 2559 (สิ้นสุดเดือน ก.ย.) น่าประทับใจ เพิ่มขึ้น 10% ไตรมาสต่อไตรมาส และ 124% เมื่อเทียบปีต่อปี

เราคาดกำไรของ EPG ในไตรมาส 2 ปี 2559 (เดือน ก.ค.-ก.ย. 2559) จะสร้างสถิติสูงสุดต่อเนื่องแม้ว่ากลุ่มสินค้า EPP (บรรจุภัณฑ์พลาสติกสร้างรายได้ประมาณ 1 ใน 3) เข้าสู่ช่วง Low Season แต่ชดเชยได้จากออร์เดอร์ที่ได้รับเพิ่มขึ้นจากกลุ่มสินค้าชิ้นส่วนยานยนต์ เช่น บันไดข้าง (Side Step) หลังคารถกระบะ (Canopy) และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่บริษัทพัฒนาร่วมกับผู้ผลิตรถชั้นนำ เช่น Ford, Toyota เริ่มเข้ามาตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

ประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าเร็วในไตรมาสนี้ ทำให้คาดว่ารายได้จะเพิ่ม 18.9% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และ 47.2% เมื่อเทียบปีต่อปี เป็น 2,467.7 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นน่าจะไม่ต่ำไปกว่าไตรมาสก่อนที่ 30.8% ซึ่งเป็นระดับสูงเป็นประวัติการณ์ เพราะยังคงได้ประโยชน์จากต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ปรับลง และการประหยัดต่อขนาด ดังนั้นเราจึงคาดกำไรในไตรมาส 2 ปี 2559 (เดือน ก.ค.-ก.ย. 2558) ที่ 317.7 ล้านบาท +10.4% เมื่อเทียบไตรมาสต่อไตรมาส และ +123.9% เมื่อเทียบปีต่อปี

จุดแข็งคือ R&D นวัตกรรมและแบรนด์ที่คู่แข่งไม่สามารถลอกเลียนแบบได้

จุดแข็งของ EPG ที่เหนือคู่แข่งคือ R&D และนวัตกรรมที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง จนทำให้สินค้ามีกระบวนการผลิตการเลือกใช้วัตถุดิบ และการออกแบบที่แตกต่างจากคู่แข่ง และไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ แม้ว่าสินค้าบางประเภทของบริษัทดูเหมือนจะหาได้ทั่วไปในท้องตลาด เช่น กล่องพลาสติกสำหรับอาหารแช่แข็ง ถ้วยน้ำพลาสติก หรือฉนวนกันความร้อน/เย็นที่ทนต่ออุณหภูมิได้ถึง -200oC - +125oC เป็นต้น

รวมถึงการมีแบรนด์เป็นที่ยอมรับของลูกค้า นอกจากนี้ EPG มีฐานการผลิตและตลาดกระจายหลายทวีปทั่วโลก ทั้งสหรัฐ ยุโรป และเอเชีย (ญี่ปุ่น) เพื่อลดการพึ่งพาเศรษฐกิจของแห่งใดแห่งหนึ่ง เป็นการขยายฐานตลาด และขยายกลุ่มอุตสาหกรรม ปัจจุบันสินค้าของบริษัทอยู่ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับวัสดุก่อสร้าง ยานยนต์ และสินค้าอุปโภคบริโภค

ปรับกำไรปี 2559-2560 (สิ้นสุดเดือน มี.ค.) โต 98.6% ในปี 2559 และ 10.5% ปี 2560

เราปรับประมาณการกำไร ปี 2559-2560 (สิ้นสุดเดือน มี.ค.) ขึ้นปีละ 10% และ 13% เป็น 1,246.4 ล้านบาท ในปี 2559 และ 1,359.1 ล้านบาท ปี 2560 คิดเป็นการเติบโตถึง 98.6% เมื่อเทียบปีต่อปี ในปี 2559 และโตต่อเนื่องอีก 10.5% เมื่อเทียบปีต่อปี ในปี 2560 จากการปรับเพิ่มรายได้ในกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งจะโตแรงในช่วง 2 ปีนี้ จากสินค้านวัตกรรมของ EPG และอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ค่อยๆ ฟื้น จะทำให้บริษัทร่วมที่อยู่ในกลุ่มยานยนต์เติบโตดีเช่นกัน (คาดส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมกลับมาอยู่ในระดับ 250 กว่าล้านบาท ในปีหน้าหลังชะลอไปในปีก่อน)

และเราปรับเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นจาก Economy of scale ที่ได้ และต้นทุนเม็ดพลาสติกซึ่งเป็นสินค้าปลายน้ำของน้ำมันจะอยู่ในระดับต่ำใกล้เคียงปัจจุบันไปอีก 2 ปีเป็นอย่างน้อย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการรวมฐานการผลิตและจำหน่ายในจีนที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 2 ปี 2559 จะหายไป

ประเมินราคาพื้นฐาน 12 บาท

ราคาหุ้นปรับลงแรงตามหุ้นรถยนต์ทั่วโลก ตั้งแต่ข่าวโฟล์คสวาเกนถูกตรวจพบการโกงมาตรฐานการควบคุมท่อไอเสียรถยนต์ ซึ่งไม่กระทบ EPG เพราะยอดขายชิ้นส่วนรถยนต์ส่วนใหญ่ส่งออกไปสหรัฐ ราคาหุ้นที่ตกลงมาทำให้มี PE 16.7 เท่า และ EV/EBITDA เพียง 12.8 เท่าในปีหน้า เทียบกับผู้ผลิตสินค้าใกล้เคียงกัน (ไม่มีคู่เทียบโดยตรง) ที่มี PE 25-30 เท่า ถือว่าถูก เราประเมินราคาพื้นฐาน 12 บาท อิง PE 25 เท่าหรือ PEG ปี 2558-2561 ที่ 0.63 เท่า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท