
เปิดเคล็ดลับ ‘เท็ดดี้ เฮ้าส์’ ส่งตุ๊กตาหมีโกอินเตอร์
โดย...รัชนีกร รัตนชัยฤทธิ์
โดย...รัชนีกร รัตนชัยฤทธิ์
แบรนด์ไทยหลายแบรนด์ถือกำเนิดมาจากการปรับกลยุทธ์ของบริษัทรับจ้างผลิตสินค้า (โออีเอ็ม) ที่ต้องการเปิดตลาดแบรนด์ของตัวเอง และต้องการหลีกหนีการแข่งขันทางราคาที่ดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ ในวงการโออีเอ็ม
เท็ดดี้ เฮ้าส์ แบรนด์ตุ๊กตาหมีสัญชาติไทย เป็นอีกรายที่เริ่มต้นธุรกิจจากการผลิตตุ๊กตาส่งออกให้กับหลายแบรนด์ดังเพื่อป้อนตลาดยุโรปตั้งแต่ปี 2531 แต่แล้วเมื่อเผชิญกับการแข่งขันตัดราคาจากผู้ผลิตจีน จึงได้ตัดสินใจสร้างแบรนด์ตัวเอง พร้อมเปิดตลาดค้าปลีกเมื่อปี 2541
หลังจากประสบความสำเร็จในตลาดเมืองไทยในระดับหนึ่ง เท็ดดี้ เฮ้าส์ จึงได้ขยายธุรกิจแฟรนไชส์ออกไปตลาดต่างประเทศ โดยตลาดแรกในอาเซียนที่ออกไปเปิดสาขาคือ "อินโดนีเซีย" ซึ่งสินค้าทั้งหมดที่จำหน่ายในต่างประเทศล้วนผลิตจากโรงงานในประเทศไทย
ปิตุภูมิ หิรัณยพิชญ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เท็ดดี้ เฮ้าส์ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจเท็ดดี้ เฮ้าส์ ในอินโดนีเซีย เมื่อ 5 ปีก่อน เริ่มจากสินค้าของบริษัทไปสะดุดตานักธุรกิจชาวอินโดนีเซีย ซึ่งสนใจมาซื้อแฟรนไชส์ไปเปิดสาขา จนปัจจุบัน เท็ดดี้ เฮ้าส์ มีสาขา 14 แห่งในอินโดนีเซีย อยู่ในกรุงจาการ์ตา 5 สาขา และเมืองใหญ่อื่นๆ เช่น เซรายา สุราบายา บันดุง ซึ่งลูกค้ากลุ่มหลักของตุ๊กตาหมีแบรนด์นี้คือ กลุ่มที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง
"สินค้าของเท็ดดี้ เฮ้าส์ จะจับกลุ่มผู้บริโภคระดับบนทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของอินโดนีเซีย จะเปิดสาขาในศูนย์การค้า ตรงกับไลฟ์สไตล์ชาวอินโดนีเซียที่ชอบเดินเที่ยวห้าง ทำให้สินค้าของเราเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ดี ส่วนเรื่องราคาจะเท่ากับที่ขายในเมืองไทย ซึ่งอาจจะค่อนข้างสูง แต่ก็เหมาะสมกับวัสดุที่ใช้ เพราะเราใช้วัสดุเกรดพรีเมียม ทุกชิ้นมีมาตรฐานเดียวกัน" ปิตุภูมิ อธิบาย
ด้านพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียนั้น ปิตุภูมิ บอกว่า โดยภาพรวมแล้ว ชาวอินโดนีเซียมีรสนิยมความชอบคล้ายกับคนไทยประมาณ 80% ส่วนที่ต่างออกไปขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลและโอกาสที่ซื้อมากกว่า
ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ที่นิยมซื้อสินค้าเท็ดดี้ เฮ้าส์ ทั้งในและต่างประเทศจะเป็นผู้หญิงอายุ 18-24 ปี ซึ่งมักจะเริ่มจากคนที่รักตุ๊กตาหมี และขยายกลุ่มไปยังนักสะสม รวมถึงคนที่ต้องการหาซื้อของขวัญในโอกาสต่างๆ โดยปัจจุบัน เท็ดดี้ เฮ้าส์ จะเน้นลูกค้าที่ซื้อสินค้าเป็นของขวัญ และพยายามพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น
สำหรับคู่แข่งในตลาดนั้น ปิตุภูมิ กล่าวว่า ส่วนใหญ่จะเป็นคู่แข่งทางอ้อม เช่น ตุ๊กตาคาแรกเตอร์จากต่างประเทศ และตุ๊กตารูปแบบต่างๆ ที่เห็นทั่วไปตามศูนย์การค้า อย่างไรก็ตามเมื่อคนต้องการซื้อตุ๊กตา หรือเลือกซื้อของขวัญ ตุ๊กตาหมีมักเป็นตัวเลือกแรกๆ ที่คนจะนึกถึง และด้วยความมีเอกลักษณ์ของตุ๊กตาหมีของเท็ดดี้ เฮ้าส์ ก็เชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าภาวะเศรษฐกิจมีผลอย่างมากต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า โดยในช่วงที่ผู้บริโภคมีอารมณ์จับจ่ายและตลาดมีบรรยากาศที่ดี ธุรกิจเท็ดดี้ เฮ้าส์ ก็จะดีตามไปด้วย
ปัจจุบันสินค้าแบรนด์เท็ดดี้ เฮ้าส์ นอกจากจะมีสินค้าตุ๊กตาหมีและเครื่องแต่งกายของตุ๊กตาแล้ว ยังมีสินค้ากลุ่มของใช้ในบ้าน เช่น หมอนรูปแบบต่างๆ รองเท้าแตะ กระเป๋าถือ อีกทั้งบริษัทยังขายลิขสิทธิ์คาแรกเตอร์ตุ๊กตาหมีของเท็ดดี้ เฮ้าส์ เพื่อนำไปผลิตสินค้าไลฟ์สไตล์อื่นๆ เช่น กระเป๋าถือลายตุ๊กตาหมี ผ้าพันคอ แก้วมัค เป็นต้น ล่าสุดธนาคารกสิกรไทยได้ซื้อลิขสิทธิ์นำคาแรกเตอร์หมีไปเป็นลายในบัตรกดเงินสดด้วย
สำหรับแผนการขยายธุรกิจในอนาคตนั้น ปิตุภูมิ ฉายภาพว่า มีแผนเปิดสาขาเพิ่มในประเทศจีน หลังจากได้เปิดสาขาแรกในกรุงปักกิ่งเมื่อเดือน ส.ค. 2557 และสาขา 2 เมื่อเดือน ส.ค.ปีนี้ ซึ่งตั้งเป้าว่าภายในปี 2558 จะมีสาขาในจีน 3 สาขา ขณะที่ยอดการส่งออกสินค้าไปจีนมีมูลค่าประมาณ 56 ล้านบาท หรือคิดเป็นราว 15% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ส่วนการส่งออกไปอินโดนีเซียมีมูลค่าสูงถึง 150 ล้านบาท หรือ 40% ของการส่งออกรวม ขณะเดียวกันยังมีความพร้อมขยายธุรกิจไปยังภูมิภาคอื่นๆ ตามคำเชิญของพันธมิตรท้องถิ่น และจะเปิดสาขาแรกในแคนาดาในปี 2559
"เราอยากให้ธุรกิจในต่างประเทศเติบโตอย่างมีคุณภาพ จึงไม่ได้ทำตลาดเชิงรุก แต่อยากให้คนเข้าใจในธุรกิจ และเห็นคุณภาพสินค้าก่อนเข้ามาทำธุรกิจร่วมกันมากกว่า การขยายสาขาในประเทศเพื่อนบ้านต้องมององค์ประกอบหลายอย่าง รวมทั้งเวลาที่เหมาะสมด้วย ซึ่งในอนาคตมองว่าอาจขยายธุรกิจไปเวียดนาม เพราะมีพันธมิตรที่เข้าใจสินค้าและมีศักยภาพ อีกทั้งเวียดนามเป็นตลาดที่มีศักยภาพ สามารถเป็นแหล่งกระจายสินค้าเท็ดดี้ เฮ้าส์ได้" ปิตุภูมิ อธิบาย
เคล็ดลับธุรกิจ
1.บริการธุรกิจตามสโลแกน “เราคือครอบครัว” โดยต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ซื้อแฟรนไชส์
2.ธุรกิจมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
3.สินค้ามีคุณภาพ
4.คู่ค้ามีศักยภาพ ต้องเข้าใจธุรกิจและสินค้าของเท็ดดี้ เฮ้าส์







