
เดอะ บรีโอ้ พลิกจุดขาย สู้ศึกคอมมูนิตี้มอลล์
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
ธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ หรือห้างค้าปลีกในชุมชน เกิดและเติบโตในไทยมากว่า 10 ปี ปัจจุบันยังขยายตัวต่อเนื่องและพัฒนาแนวคิดใหม่ๆ กลายเป็นแม่เหล็กที่ดึงคนในชุมชนใกล้เคียงเข้าไปช็อปปิ้ง แทนที่จะให้คนฟันฝ่ารถติดเข้าไปช็อปปิ้งกลางกรุง
อย่างไรก็ตาม แม้คอมมูนิตี้มอลล์จะเกิดขึ้นจำนวนมาก แต่การพัฒนาโครงการให้ยั่งยืนเป็นโจทย์ที่ยากกว่า เช่นเดียวกับ เดอะบรีโอ้ คอมมูนิตี้มอลล์น้องใหม่ในย่านพุทธมณฑล สาย 4 บริหารงานโดย “กิ่งการะเกด ชื่นฤทัยในธรรม”ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท เดอะ บรีโอ้ มอลล์ กำลังพลิกจุดขายใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตในอนาคต
“เดิมธุรกิจนี้ไม่อยู่ในแพลนที่จะทำ คุณพ่อ (สนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม) ซึ่งมีที่ดินอยู่ 21 ไร่ ตั้งใจจะพัฒนาเป็นโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบ พอดีมีบริษัทมานำเสนอแผนทำคอมมูนิตี้มอลล์เห็นว่าน่าสนใจ จึงตัดสินใจลงทุน”
กิ่งการะเกด เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการตัดสินใจลุยธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์ แม้จะไม่มีประสบการณ์มาก่อน แต่ด้วยความที่เป็นคนคิดแล้วต้องทำเลย จึงลุยโครงการต่อทันที โดยโครงการนี้ใช้งบลงทุน 250 ล้านบาท คาดว่าจะคุ้มทุนภายใน 5 ปี โดยเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2557
สำหรับช่วงแรกของการทำธุรกิจนั้น กิ่งการะเกด เล่าว่า ยอดผู้ใช้บริการค่อนข้างดี เพราะย่านพุทธมณฑล สาย 4 ยังไม่มีคอมมูนิตี้มอลล์ ก่อนที่จะเปิดให้บริการได้สำรวจกลุ่มเป้าหมายในย่านนี้ ซึ่งเป็นกลุ่มครอบครัวที่มีอยู่ประมาณ 3 แสนครัวเรือน ครอบคลุมตั้งแต่พุทธมณฑล สาย 2, 3, 4 และมหาวิทยาลัยมหิดล ที่มีกลุ่มนักเรียน นักศึกษาพักอาศัย 3-5 หมื่นคน
อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงประมาณต้นปี 2558 เศรษฐกิจค่อนข้างซบเซา คนชะลอการจับจ่าย ลดบริโภคสินค้าฟุ่มเฟือย รวมทั้งกินข้าวนอกบ้านน้อยลง ทำให้ศูนย์ได้รับผลกระทบ เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ต้องคิดว่าจะต้องปรับตำแหน่งใหม่ของเดอะ บรีโอ้ เพื่อสร้างให้เป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่
กิ่งการะเกด บอกว่า แนวคิดมาลงตัวที่ “เดอะ บรีโอ้ กรุงเทพฯ วันวาน” แหล่งท่องเที่ยวใหม่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ และเพิ่มแม่เหล็กใหม่ๆ เข้าไป โดยการจำลองสถานที่สำคัญของกรุงเทพฯ มาไว้ที่เดอะ บรีโอ้ ไม่ว่าจะเป็นเสาชิงช้า เยาวราช หัวลำโพง ตลาดน้ำ เพื่อดึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มเติม
“มองว่ายังไม่มีคอมมูนิตี้มอลล์ตรงไหนที่ดึงจุดขายเรื่องความเป็นไทย ซึ่งเป็นรากเหง้าของเราเอง นักท่องเที่ยวจะชื่นชมกรุงเทพฯ มาก ตื่นเต้นกับวัฒนธรรมของเรา ซึ่งโดยส่วนตัวเป็นคนชอบวัฒนธรรมและเอกลักษณ์ของไทย จึงนำมาพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์เดอะ บรีโอ้ ให้แตกต่าง” กิ่งการะเกด กล่าว
นอกจากนี้ การปรับจุดขายใหม่ยังเป็นการช่วยเพิ่มกลุ่มลูกค้า ซึ่งมองไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ฮ่องกง มาเลเซีย เวียดนาม รวมทั้งยุโรป เพราะด้วยทำเลที่ตั้งเป็นจุดเดินทางผ่านไปยังจังหวัดและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในภาคตะวันตก เช่น นครปฐม ตลาดน้ำดำเนินสะดวก จ.กาญจนบุรี จึงตั้งใจจะให้เป็นจุดแวะพักรับประทานอาหารกลางหรือเย็น พร้อมกับมีห้องประชุม สัมมนา เพื่ออำนวยความสะดวก
ทั้งนี้ ได้ว่างเป้าหมายรายได้ธุรกิจในส่วนของห้องสัมมนา จัดเลี้ยง 150 บาท/คน และมีผู้มาใช้บริการประมาณวันละ 300 คน ถือเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ที่จะทำให้เดอะ บรีโอ้ บรรลุเป้าหมายรายได้ตามที่ตั้งไว้กว่า 100 ล้านบาท/ปี โดยรูปแบบใหม่นี้จะเปิดให้บริการได้วันที่ 1 ต.ค. 2558 นี้
กิ่งการะเกด กล่าวว่า แนวทางการบริหารคอมมูนิตี้มอลล์ นอกจากจะเป็นผู้ให้เช่าพื้นที่แล้ว ยังจะเป็นผู้บริหารธุรกิจร้านอาหารเพิ่มด้วย เพื่อมาเติมเต็มพื้นที่ของศูนย์ เช่นเดียวกับแนวคิดในการบริหารธุรกิจค้าปลีกของเครือใหญ่ๆ เช่น เซ็นทรัล ที่จะมีกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร เพื่อนำเสนอร้านอาหารที่เป็นแม่เหล็ก อย่างเดอะ บรีโอ้ จะมีร้าน “ตะเกียบ ช้อนส้อม” ที่ชูจุดขายเป็นร้านอาหารตามสั่งราคาประหยัด เริ่มต้นเมนูละ 30 บาท เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในย่านนี้ เป็นต้น
สำหรับอนาคต หลังจากเดอะ บรีโอ้ สาขาแรกประสบความสำเร็จ คืนทุนได้ภายในกำหนดไว้ จะมองถึงการขยายสาขาที่ 2 และ 3 ตามมา เพื่อสร้างแบรนด์ของเดอะ บรีโอ้ ให้แข็งแกร่งต่อไป







