
รัฐเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ฟื้นเศรษฐกิจ
"อาคม"เผยรัฐบาลเร่งวางฐานลงทุน 19 โครงการใหญ่หวังดึงเอกชนลงทุนตาม ชี้หากส่งออกติดลบ 3 ปีต่อกันจะเข้าสู่จุดอันตราย ทำรายได้ประเทศชะลอ
"อาคม"เผยรัฐบาลเร่งวางฐานลงทุน 19 โครงการใหญ่หวังดึงเอกชนลงทุนตาม ชี้หากส่งออกติดลบ 3 ปีต่อกันจะเข้าสู่จุดอันตราย ทำรายได้ประเทศชะลอ
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมและเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) กล่าวว่า ได้หารือกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีในช่วงเช้าของวันที่ 28ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งนายสมคิดได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาในระยะต่อไปว่าแม้ขณะนี้จะมีปัญหาเศรษฐกิจที่เผชิญอยู่ โดยปีนี้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)จะเติบโตไม่เกิน 3% และการรายงานตัวเลขส่งออกเดือน ส.ค.โดยกระทรวงพาณิชย์ที่ก็ถือว่าไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ ที่ได้เห็นการส่งออกติดลบต่อเนื่อง
“ผมได้เรียนท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าการส่งออกของไทยยังติดลบ 3 ปีติดต่อกันไปแบบนี้ ปีหน้าจะเป็นปีที่ค่อนข้าง critical (อันตราย) สำหรับไทย เพราะรายได้จากการส่งออกอยู่ที่ประมาณ 70%ของจีดีพี วันนี้เราอยู่ได้ส่วนหนึ่งเพราะการท่องเที่ยวที่โตวันโตคืน แม้เหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวยังไม่มากเท่าก่อนหน้ามีเหตุการณ์ ถ้าส่งออกปีหน้าไม่ดีรายได้ของประเทศไทยจะชะลอลง”นายอาคม กล่าว
รมว.คมนาคม กล่าวว่า แม้จะสามารถชดเชยการส่งออกได้ในตอนนี้ แต่การท่องเที่ยวก็มีข้อจำกัด เนื่องจากหากนักท่องเที่ยวมามาก แหล่งท่องเที่ยวก็จะเสื่อมโทรมเร็วกว่าที่คาดไว้ อย่างไรก็ตามภาครัฐยังมีเรื่องของการลงทุนที่จะเริ่มตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป แม้การลงทุนภาคเอกชนจะอ่อนแอไป แต่การลงทุนภาครัฐก็เริ่มเข้มแข็ง ซึ่งอาจะเป็นเพราะภาคเอกชนรอดูการลงทุนภาครัฐว่าชัดเจนแค่ไหน
อย่างไรก็ตามรัฐบาลจะเดินหน้าการลงทุนขนาดใหญ่ ให้มีความต่อเนื่องที่สำคัญในปี 2558-2559 และต่อไปอีกหลายปี โดยเฉพาะในส่วน 19 โครงการที่จะเริ่มในรัฐบาลชุดนี้ตามโรดแมปขั้นที่ 2 เพื่อเป็นแรงส่งให้เอกชนลงทุนตามมา ส่วน ที่เหลือนั้นจะส่งต่อให้รัฐบาลชุดใหม่ สำหรับโครงการที่จะเดินหน้าในรัฐบาลนี้ ปีนี้ได้อนุมัติไปบ้างแล้วในครงการมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง ซึ่งอยู่ระหว่างประมูลประกวดราคา คาดว่า จะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้หรืออย่างช้าไม่เกินไตรมาสแรกปี 2559 หลังจากนั้นจะทำสัญญาและเริ่มต้นก่อสร้างซึ่งไม่น่าจะเกินกลางปีหน้า
นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่าตัวเลขการส่งออกในเดือน ส.ค.ที่กระทรวงพาณิชย์แถลงว่าติดลบ 6.69% ถือเป็นตัวเลขติดลบที่มากกว่าที่สภาผู้ส่งออกคาดการณ์ไว้ว่าตัวเลขส่งออกในเดือน ส.ค.น่าจะติดลบประมาณ 2.5 – 3% รวมทั้งมูลค่าการส่งออกในเดือน ส.ค.ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1.7 หมื่นดอลลาร์ ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าที่ควรจะเป็นโดยปกติในไตรมาสที่ 3 (ก.ค.-ก.ย.) ที่เฉลี่ยต่อเดือนน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านดอลลาร์แต่ขณะนี้ยอดยังไม่ถึงทำให้มีความเป็นไปได้ที่ตัวเลขการส่งออกในเดือนต่อๆไปจะติดลบมากขึ้นเป็นไปได้สูง
นายนพพร กล่าวว่า การส่งออกในปีนี้จนถึงปีหน้ายังได้รับแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ แม้กระทั่งสหรัฐฯที่เศรษฐกิจฟื้นตัวมากกว่าภูมิภาคอื่นๆก็ยังมีสัญญาณเศรษฐกิจบางอย่างที่ไม่ดี ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ยังไม่ได้ตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายส่วนเศรษฐกิจของจีนก็มีสัญญาณที่ไม่ดีหลายอย่าง รวมทั้งยังมีปัญหาฟองสบู่เล็กในหลายส่วนซึ่งมาจากการเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์ และการสร้างโรงงานการผลิตมากเกินไปทำให้ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่ภาคการเงินของจีนก็อาจยังมีการปรับลดค่าเงินหยวนได้อีก ซึ่งสะท้อนว่าเศรษฐกิจจีนยังไม่ดีและกระทบต่อการส่งออกสินค้าของประเทศคู่ค้าของจีนอย่างประเทศไทยด้วยเช่นกัน
"จากตัวเลขที่ออกมาทำให้เป็นไปได้ที่การส่งออกจะเป็นไปตามที่แบงก์ชาติคาดการณ์ประมาณ 5% ส่วนสำคัญนั้นเศรษฐกิจภายนอกนั้นยังมีปัญหา แต่ปีนี้น่าจะเป็นปีที่หนักที่สุดสำหรับการส่งออกของไทยปีหน้าน่าจะปรับตัวดีขึ้นจากนโยบายของทีมเศรษฐกิจชุดใหม่ที่เข้ามาไม่อย่างนั้นเศรษฐกิจคงไปไม่ไหว"นายนพพรกล่าว







