
ซิสโก้พร้อมรับ IOE ยุคไทยปรับใช้ไอทีทุกมิติ
โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์
โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์
ยุคดิจิทัล อีโคโนมีที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาททุกภาคส่วน ทำให้นอกจากจะเกิด IOT (Internet of Thing) หรือการเชื่อมต่อทุกที่ทุกเวลาแล้ว ยังเกิด IOE (Internet of Everything) ซึ่งเป็น การเชื่อมต่อทุกสิ่งอย่างเข้าด้วยกัน และเริ่มถูกนำมาใช้แล้วในบางอุตสาหกรรมของไทย และจะมากขึ้นๆ ในอนาคตนับจากนี้
วัตสัน ถิรภัทรพงศ์ กรรมการผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนของซิสโก้ กล่าวว่า จากการคาดการณ์ของซิสโก้ประมาณการว่าอีก 5 ปีจากนี้จำนวนอุปกรณ์การใช้งานเชื่อมต่อหรือ ดีไวซ์จะเพิ่มขึ้นอีก 5 เท่าตัวทั่วโลก และมีการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ทุกสิ่งอย่างในโลกจะเชื่อมต่อเข้าด้วยกัน เช่น รถไร้คนขับ ที่เริ่มพัฒนาแล้ว เป็นต้น
ปัจจุบัน IOE เริ่มตื่นตัวมากขึ้นในทั่วโลกและถูกนำไปใช้ในหลายธุรกิจ แต่สำหรับประเทศไทยถือว่ายังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่คาดว่าอีก 3-5 ปีจากนี้จะเห็นการพัฒนาการและใช้แพร่หลายมากขึ้น และสิ่งที่จะเติบโตควบคู่กันคือ เน็ตเวิร์กหรือระบบเครือข่าย และซีเคียวริตี้หรือการรักษาความปลอดภัย
“การพัฒนาของ IOE จะมาพร้อมกับการเดินหน้าดิจิทัล อีโคโนมีของรัฐบาล แต่ปัจจุบันถือว่านโยบายดิจิทัล อีโคโนมีของรัฐบาลยังกว้างมาก ดังนั้นจึงควรโฟกัสให้ชัดเจนว่าจะโฟกัสไปที่อุตสาหกรรมไหนในการใช้ไอทีเข้าไปสนับสนุน เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว การบริการ เป็นต้น”
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าภายใน 3-5 ปีจากนี้ประเทศไทยจะเกิดความตื่นตัวในการนำไอทีไปใช้ในทุกมิติ เพื่อช่วยสร้างและเพิ่มผลผลิตในทุกภาคอุตสาหกรรม ซึ่ง IOE จะสามารถตอบโจทย์ได้ โดยที่ผ่านมา IOE ถูกนำมาใช้แล้วในภาคการผลิต การศึกษา สาธารณสุข เหมืองแร่ เป็นต้น
ขณะเดียวกัน ซิสโก้เตรียมพร้อมรับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยการพัฒนาโซลูชั่นเพื่อรองรับทั้งด้านเครือข่ายและซีเคียวริตี้ โดยมีทั้งการร่วมทุนและซื้อกิจการเพื่อขยายธุรกิจที่วางเป้าหมายใหม่ในการเป็นผู้นำอย่างต่อเนื่องด้านเครือข่ายและซีเคียวริตี้ รวมถึงคลาวด์ที่จะเข้ามามีบทบาทในระบบซีเคียวริตี้มากขึ้น
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ การนำ IOE มาใช้ในระบบการศึกษาของประเทศไทย โดยปัจจุบันซิสโก้ได้ให้บริการเครือข่ายและซีเคียวริตี้ในมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศไทยแล้ว 5-6 แห่ง เพื่อรองรับการขยายตัวของการใช้อุปกรณ์ดีไวซ์ การใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นของนักศึกษาและระบบการศึกษา โดยมีเป้าหมายสู่การเป็น Digital University โดยล่าสุดซิสโก้ได้เข้าไปวางเครือข่ายเพื่อรองรับการเรียนการสอนแบบโมบิลิตี้ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยให้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเสร็จสิ้นเมื่อกลางปีที่ผ่านมา
สำหรับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานไอที โดยเลือกใช้เทคโนโลยี กิกะบิต อีเทอร์เน็ต (Gigabit Ethernet) ของซิสโก้มาเป็นระบบเครือข่ายหลักของทางมหาวิทยาลัย เพื่อรองรับการติดตั้งโครงข่ายอีเทอร์เน็ต 10 กิกะบิต และโซลูชั่นไวร์เลส เพื่อให้เข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ทุกที่ ทุกเวลา บนทุกอุปกรณ์
จนถึงปัจจุบันเครือข่ายไวร์เลสของมหาวิทยาลัยสามารถรองรับการทำงานของดีไวซ์ไม่ต่ำกว่า 1 แสนเครื่อง แต่ละแอกเคาต์สามารถรองรับการใช้งานดีไวซ์ได้ถึง 5 เครื่อง นอกจากนี้ยังเลือกโซลูชั่นรักษาความปลอดภัย Cisco Email Security เพื่อเป็นด่านแรกในการจัดการทุกปัญหาของอีเมล
การอัพเกรดเทคโนโลยีครั้งนี้ช่วยให้ผู้ใช้กว่า 5 หมื่นคน ทั้งนักศึกษาและบุคลากรของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สามารถใช้ประโยชน์จากเครือข่ายไร้สายที่ปลอดภัยและปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น ผ่านแอกเซสพอยต์ 2,700 จุด บนความเร็วในการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตขนาด 5 กิกะไบต์ ครอบคลุมทุกหน่วยงานทั้งในส่วนวิชาการและส่วนสนับสนุนทั่วทั้งมหาวิทยาลัย







