
ธุรกิจอีเวนต์ซบ ส่อแววลบ10% ลุ้นไตรมาส4ฟื้น
ซีเอ็มโอชี้ธุรกิจอีเวนต์ปีนี้ส่งสัญญาณติดลบ 10% หลังเจอพิษเศรษฐกิจฉุดกำลังซื้อ รุกเปิดบริษัทโชว์
ซีเอ็มโอชี้ธุรกิจอีเวนต์ปีนี้ส่งสัญญาณติดลบ 10% หลังเจอพิษเศรษฐกิจฉุดกำลังซื้อ รุกเปิดบริษัทโชว์
นายเสริมคุณ คุณาวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ในปี 2558 คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตติดลบที่ประมาณ 5% จากปีก่อนที่มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1.4 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบเศรษฐกิจและกำลังซื้อโดยตรง เห็นได้จากจำนวนงานอีเวนต์ที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา และหากไตรมาส 4 ยังไม่มีปัจจัยบวกมากระตุ้นให้ธุรกิจอีเวนต์ฟื้น คาดว่าอาจติดลบสูงถึง 10%
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาพรวมธุรกิจอีเวนต์จะมีอัตราการเติบโตติดลบ แต่สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทยังมั่นใจว่าจะสามารถเติบโตได้ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ประมาณ 5% เนื่องจากบริษัทมีการขยายธุรกิจใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อหารายได้เสริมให้กับบริษัท โดยล่าสุดได้ใช้งบประมาณมูลค่า 70 ล้านบาท จดทะเบียนบริษัท ซีเอ็มโอ โชว์ คอร์ปอเรชั่น เพื่อดำเนินธุรกิจโชว์โดยเฉพาะ ซึ่งในส่วนของงบประมาณการลงทุนดังกล่าวแบ่งเป็นการลงทุนของบริษัท 50% และบริษัท โชว์ ดีซี 50%
สำหรับโชว์แรกที่บริษัทได้ร่วมดำเนินการกับบริษัท โชว์ ดีซี คือการแสดงพิเศษส่งเสริมวัฒนธรรม “หิมพานต์ อวตาร” ซึ่งจะทำการแสดงโชว์ภายในศูนย์การค้าโชว์ ดีซี บนพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร สามารถรองรับผู้ชมได้ 500 คน/รอบ โดยในส่วนของเวลาการแสดงเบื้องต้นบริษัทวางไว้ทุกชั่วโมง
“กลุ่มเป้าหมายหลักของโชว์ หิมพานต์ อวตาร จะเน้นไปที่กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีนประมาณ 60% ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 40% คาดว่าจะเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง ยุโรป และไทย” นายเสริมคุณ กล่าว
ทั้งนี้ ในปีแรกที่เปิดให้บริการ บริษัทคาดว่าจะได้ผลการตอบรับจากกลุ่มลูกค้า เนื่องจากศูนย์การค้าโชว์ ดีซี จะทำเป็นทัวริสซึ่มมอลล์ หรือศูนย์การค้าสำหรับนักท่องเที่ยวแห่งแรกในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีแม่เหล็กที่สำคัญเพื่อดึงลูกค้านักท่องเที่ยวให้เข้ามาใช้บริการอีกหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นศูนย์ประชุมและการแสดง สปอร์ต อารีน่า หรือเอเชียน ฟู้ด สตรีท
นายเสริมคุณ กล่าวอีกว่า หลังจากเริ่มเปิดให้บริการโชว์ หิมพานต์ อวตาร ในช่วงกลางปี 2559 คาดว่าจะมีรายได้ต่อปีไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท ซึ่งการเข้ามารุกทำธุรกิจโชว์ในครั้งนี้ ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับขาธุรกิจเอนเตอร์เทนได้เป็นอย่างดี
อย่างไรก็ดี ในส่วนของภาพรวมผลประกอบการของบริษัทในสิ้นปีนี้ คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 5% ซึ่งถือว่าสูงกว่าภาพรวมธุรกิจอีเวนต์ที่มีอัตราการเติบโตติดลบ 5-10%







