
เกาะเออีซี ซูเปอร์คลัสเตอร์โต
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
ปี 2559 เป็นโอกาสของทั้ง “บุคคล” และ “นิติบุคคล” ในการสร้างเส้นทางเดินใหม่ๆ ให้แก่ตัวเอง จากผลของการรวมกลุ่ม 10 ประเทศ เป็นประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ
สุธิดา กาญจนกันติกุล ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท แมนพาวเวอร์กรุ๊ป ประเทศไทย วิเคราะห์ว่า โอกาสของแรงงานไทยแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกคือ กลุ่มแรงงานระดับบน ตั้งแต่ผู้จัดการระดับกลางไปจนถึงผู้บริหารระดับสูง กลุ่มนี้จะมีโอกาสเคลื่อนย้ายไปตามการลงทุนภาคบริการในประเทศต่างๆ ภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยการบริการของอาเซียน (AFAS) เช่น โลจิสติกส์ การเงิน การท่องเที่ยว
กลุ่มที่สองคือ กลุ่มแรงงานวิชาชีพ 7 วิชาชีพ และ 1 กลุ่มวิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ นักบัญชี สถาปนิก วิศวกร นักสำรวจ และกลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งอาเซียนมีข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ (เอ็มอาร์เอ) ระหว่างกันแล้ว แม้จะไม่ได้เปิดโอกาสสำหรับทุกคน เพราะมีเกณฑ์คัดกรองผู้ที่จะเคลื่อนย้าย เช่น วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ การสอบใบอนุญาตในประเทศที่เข้าไปทำงาน แต่ก็ชัดเจนสำหรับผู้มีคุณสมบัติครบถ้วน
กลุ่มที่สามคือ กลุ่มแรงงานทั่วไป ที่จะได้รับประโยชน์จากตลาดงานที่ใหญ่ขึ้น จากการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ มีโอกาสเลือกที่ทำงานมากขึ้น ค่าแรงสูงขึ้น มีโอกาสได้รับสวัสดิการหลากหลายเหมาะสมกับงานมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ตลาดการจ้างงานในอาเซียนจะเปลี่ยนแปลงไปตามเทรนด์การย้ายฐานการผลิตด้วย เนื่องจากแต่ละประเทศมีความโดดเด่นรองรับแต่ละอุตสาหกรรมไม่เหมือนกัน ไทยโดดเด่นด้านการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน และโลจิสติกส์ เมียนมาเด่นทั้งการเป็นฐานการผลิตและบริการ มาเลเซียโดดเด่นในอุตสาหกรรมยาง ฟิลิปปินส์โดดเด่นในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน สิงคโปร์โดดเด่นด้านบริการและสุขภาพ
“แรงงานที่มีทักษะหลัก เช่น ทักษะภาษา และทักษะวิชาชีพของตนดี จะมีโอกาสย้ายไปทำงานในประเทศที่มีค่าแรงสูงกว่า” สุธิดา ระบุ
สำหรับโอกาสของนิติบุคคลนั้น เกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ด้านการส่งเสริมการค้าและการลงทุน บอกว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะสินค้าของไทยเป็นที่ยอมรับทั้งในไทยและอาเซียน เมื่อเปิดประชาคมอาเซียนอย่างเต็มตัว ปี 2559 จึงยิ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยขยายตลาดจาก 60 ล้านคนสู่ 600 ล้านคน
“เอสเอ็มอีของไทยจะมีโอกาสด้านการค้าและการลงทุนมากขึ้นด้วย ใครที่ยังไม่สามารถส่งสินค้าไปขายในสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และญี่ปุ่น ซึ่งมีมาตรฐานค่อนข้างสูง ก็สามารถส่งไปอาเซียนก่อนได้”
ด้านการลงทุนในปี 2559 จะเห็นภาพการย้ายฐานการผลิตชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เนื่องจากไทยไม่ได้มีค่าแรงถูกอีกต่อไป สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เริ่มให้สิทธิประโยชน์ในการไปลงทุนต่างประเทศอย่างชัดเจน
ในส่วนของ ส.อ.ท. ได้สนับสนุนให้ไทยเป็น AEC Industrial Hub อย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้จะสนับสนุนให้เอกชนเข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน รวมถึงส่งเสริมการลงทุนตามแนวทางซูเปอร์คลัสเตอร์ 6 กลุ่ม เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน มั่นใจว่ากว่าครึ่งหนึ่งของ 44 อุตสาหกรรมใน ส.อ.ท.เป็นผู้นำในอาเซียนอยู่แล้ว และการค้าชายแดนในปี 2560 จะมีมูลค่าทะลุ 2 ล้านล้านบาท







