
คุมสูบน้ำหวั่นเค็มทั้งเมือง
แนะกรมชลฯ คุมเข้มดูแลนาปรัง หลังน้ำเกษตรเหลือ 177ล้านลบ.ม. หวั่นโดนแอบสูบน้ำที่ปล่อยไหลน้ำเค็มผลกระทบทุกภาคส่วน
แนะกรมชลฯ คุมเข้มดูแลนาปรัง หลังน้ำเกษตรเหลือ 177ล้านลบ.ม. หวั่นโดนแอบสูบน้ำที่ปล่อยไหลน้ำเค็มผลกระทบทุกภาคส่วน
นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ปรากฏการณ์เอลนิโญทำให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่เกษตรอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางลุ่มเจ้าพระยา ซึ่งหลังจากนี้ไปเกษตรกร ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงกับธรรมชาติ ที่เรียกว่า New Normal ให้ได้ จึงยิ่งจำเป็นต้องสร้างความเข้าใจเพื่อให้เห็นคุณค่าของการใช้น้ำอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นร่วมกัน
ดังนั้น หากมีการปลูกข้าวนาปรังบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาในฤดูกาลเพาะปลูกปี 2558/59 จะมีความต้องการใช้น้ำเกินกว่าปริมาตรน้ำคาดการณ์สำหรับการเกษตรในเขื่อนหลักที่มีอยู่เพียง 177 ล้าน ลบ.ม. และหากมีการสูบน้ำเพื่อทำการเกษตร ในระหว่างทาง อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่จะใช้ในการรักษาระบบนิเวศน์ ซึ่งสำรองไว้สำหรับผลักดันน้ำเค็มกรณีน้ำทะเลหนุน จะส่งผลกระทบด้านอื่นๆตามมาโดยเฉพาะการแพทย์ การนิคมอุตสาหกรรมและภาคการผลิตอย่างต่อเนื่อง และเสนอให้กรมชลประทานเพิ่มความเข้มข้นในการตรวจแสอบและทำความเข้าใจกับเกษตรกร
เลขาธิการสศก.กล่าวว่า แนวโน้มการใช้น้ำเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งเมื่อพิจารณาข้อมูลการใช้น้ำทั้งประเทศตั้งแต่ปี 2556/57 ถึง2557/58 พบว่า ได้มีการใช้น้ำเกินจำนวนแผนที่วางไว้ทั้ง 2 ปี โดยในปี 2556/57 ใช้น้ำไป 21,704 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 106% ของแผนที่วางไว้ และในปี 2557/58 ใช้น้ำไปแล้ว 14,218 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 103 %ของแผนที่วางไว้
ขณะที่ข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อน ณ ปัจจุบัน 22 ก.ย. 2558ทั้งประเทศอยู่ที่ 37,253 ล้าน ลบ.ม. หรือ 53% ของระดับน้ำกักเก็บ และใช้การได้จริง 13,750 ล้าน ลบ.ม. หรือ 20% ของปริมาณน้ำกักเก็บ
สำหรับแผนการจัดสรรน้ำของกรมชลประทานในฤดูแล้งปี 2558/2559 จึงได้จัดทำแผนการจัดสรรน้ำทั้งประเทศ ปี 2557/2558 จากแผนการใช้น้ำทั้งหมด 13,784 ล้านลูกบาศก์เมตร แบ่งเป็นการใช้น้ำเพื่ออุตสาหกรรม 280 ล้าน ลบ.ม. ( 2% ) การเกษตร 5,992 ล้าน ลบ.ม. (43%) การอุปโภคบริโภค 1,981 ล้าน ลบ.ม. (40% ) และรักษาระบบนิเวศน์และอื่นๆ 5,531 ( 14% )
ทั้งนี้ สำหรับลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานได้คาดการณ์สภาพน้ำในอ่างลุ่มน้ำเจ้าพระยาและการเพาะปลูกข้าวนาปรัง ปี 2558/59 ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2558 - 30 มิ.ย. 2559 แบ่งเป็นการใช้น้ำสำหรับการเกษตร 177 ล้าน ลบ.ม. อุปโภคบริโภค 1,500 ล้าน ลบ.ม. และรักษาระบบนิเวศและอื่นๆ 2,000 ล้าน ลบ.ม. โดยหากมีการใช้น้ำเพื่อการเกษตร เช่น กรณีการปลูกข้าวนาปรังในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จะต้องใช้น้ำถึง 5,123.76 ล้านลบ.ม.ตลอดฤดูกาลเพาะปลูก







