posttoday
ซื้อหุ้นกลุ่มที่ขึ้นช้าเล่นตามสถาบัน

ซื้อหุ้นกลุ่มที่ขึ้นช้าเล่นตามสถาบัน

15 กรกฎาคม 2553

 

 

...พงศ์ภัทร สิริพิฒน์

ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์ที่ผ่านมาขึ้นทดสอบ 824 จุด ที่เป็นแนวต้านที่ประเมินไว้ ก่อนมีแรงเทขายทำกำไรออกมา โดยตลาดปรับตัวขึ้นในระดับที่น้อยกว่าหุ้นในภูมิภาค ส่วนหนึ่งมาจากนักลงทุนต่างประเทศยังไม่กลับเข้าหุ้นไทยอย่างจริงจังๆ โดยมียอดซื้อสุทธิในระดับร้อยล้านเท่านั้น ซึ่งค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับระดับพันล้านในช่วงก่อนหน้านี้ ในขณะที่นักลงทุนสถาบันซึ่งเคยเป็นผู้ซื้อสุทธิต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาเริ่มกลับมาเป็นขายสุทธิบ้าง ส่งผลให้ตลาดมีการปรับฐาน ในขณะที่ธีมของตลาดในตอนนี้ คือ รอดูผลประกอบการในสหรัฐที่จะทยอยประกาศในสัปดาห์นี้ ไม่ว่าจะเป็น เจ.พี.มอร์แกน เชส แอนด์ โค แบงก์ ออฟ อเมริกา จีอี และอินเทล คอร์ป ว่าจะออกมาเป็นเช่นไร ประกอบตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่จะทยอยออกมาในสัปดาห์นี้

แนวโน้มการลงทุนในสัปดาห์นี้ เราประเมินว่าการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของตลาดจะต้องอาศัยแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่เคยมีสัดส่วนการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยประมาณ 2030%เนื่องจากพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนสถาบันจะเป็นการเวียนกลุ่มเล่น และจะมีการปรับพอร์ตการลงทุนเมื่อได้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ ส่งผลให้ในช่วงที่ตลาดปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องและอยู่ในระดับสูงเช่นปัจจุบัน นักลงทุนสถาบันมีแนวโน้มที่จะลดพอร์ตและเปลี่ยนกลุ่มเล่นไปซื้อหุ้นที่ยังไม่ปรับตัวขึ้นหรือปรับตัวขึ้นน้อยกว่าแทน ทำให้โดยรวมตลาดอาจจะเกิดการชะลอตัว

ในขณะที่ประเด็นทางด้านการเมืองยังคงเป็นปัจจัยสำคัญ ที่จะกำหนดว่านักลงทุนต่างประเทศจะกลับเข้ามาลงทุนเมื่อใด โดยเฉพาะเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากยังไม่มีการยกเลิก เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยังคงถูกชี้นำจากนักลงทุนสถาบันเป็นหลัก โดยการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินไปอีก 90 วันนั้น จะหมดวาระลงในต้นเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นสิ่งตลาดให้ความสนใจ

ทางด้านฝั่งยุโรป คาดว่าจะมีการทยอยประกาศผลการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) อย่างไม่เป็นทางการออกมาก่อนในสัปดาห์นี้ โดยในเบื้องต้นตลาดคาดว่าธนาคารขนาดใหญ่จะไม่ได้รับผลกระทบจากการทดสอบครั้งนี้ และผลการทดสอบจะชี้ให้เห็นว่าความเสี่ยงต่อสินทรัพย์เสี่ยงในประเด็นเรื่องผลกระทบจากยุโรปมีมากน้อยเพียงใด โดยในช่วงที่ผ่านมาตลาดจะปรับตัวขึ้นก่อนที่จะมีการประกาศผลการทดสอบภาวะวิกฤตอย่างเป็นทางการ และไม่ตอบสนองมากนักหลังจากที่มีการประกาศผลอย่างเป็นทางการแล้ว

อย่างไรก็ตาม วันอังคารที่ผ่านมา มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส มีการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของโปรตุเกสลงสู่ระดับ A1 โดยเป็นการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือลง 2 ขั้น ซึ่งเป็นผลมาจากภาระหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งตลาดไม่ได้ตกใจมากนัก เนื่องจากก่อนหน้านี้ S&P มีการปรับลดอันดับเครดิตไปก่อนแล้ว

ประเด็นทางด้านการเมือง ประเด็นเรื่องที่อัยการสูงสุดมีมติยุบพรรคประชาธิปัตย์และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีรับเงินบริจาคจากบริษัท ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) ผ่านบริษัท เมซไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น เป็นเงิน 263,151,000 บาท โดยทำสัญญาว่าจ้างทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ โดยทางอัยการสูงสุดมองว่าเป็นนิติกรรมอำพราง หลีกเลี่ยงการรายงาน การรับบริจาคเงินตามที่กฎหมายกำหนด จึงขอให้ศาลมีคำสั่งยุบพรรคและตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคที่มีส่วนร่วม รู้เห็น มีกำหนด 5 ปี ซึ่งอาจจะส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาลได้ แต่เราเชื่อว่าต้องอาศัยระยะเวลานานกว่าจะรู้ผลจากพยานกว่า 60 คน และเอกสารเกือบ 100 หน้า

ทางด้านแนวโน้มการไหลเข้าไหลออกของเงินทุน เราประเมินว่าจะยังมีเม็ดเงินไหลเข้าฝั่งเอเชียเมื่อเทียบกับสหรัฐและยุโรป โดยธีมเรื่องค่าเงินหยวนแข็งค่า และการขึ้นดอกเบี้ยที่เร็วกว่าฝั่งสหรัฐและยุโรปของเอเชีย จะเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญที่ทำให้ค่าเงินในภูมิภาคเอเชียจะแข็งค่าขึ้นตามการแข็งค่าของค่าเงินหยวน และจะส่งผลให้มีเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นเอเชีย ในฐานะที่พักเงินจากการเก็งกำไรค่าเงิน แม้ว่าไทยอาจจะมีโอกาสที่ความสัมพันธ์ระหว่างหุ้นไทยและหุ้นในภูมิภาคลดลง จากสัดส่วนของนักลงทุนต่างชาติที่ลดลงไปก็ตาม

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อหุ้นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด ตามแนวโน้มการเปลี่ยนกลุ่มเล่นของนักลงทุนสถาบันที่จะเป็นแรงหลักในการปรับตัวขึ้นของตลาดในรอบนี้ โดยหุ้นกลุ่มที่ยังปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาด ได้แก่ หุ้นอสังหาริมทรัพย์ในขนาดเล็กและขนาดกลางที่ระดับราคายังไม่ปรับตัวขึ้นตามหุ้นใหญ่ โดยสัปดาห์นี้ SET Index มีแนวต้านที่บริเวณ 830 และ 840 จุด ตามลำดับ ในขณะที่แนวรับอยู่ที่บริเวณ 809 และ 803 จุด แนะนำให้ทยอยซื้อช่วงราคาปรับตัวลง

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า