
คิดผลิตภัณฑ์ใหม่
ท่านรองนายกฯ สมคิด พูดว่า... หากเราคิดแต่จะขายทุเรียนสุกหรือข้าวสาร เราก็จะขายของได้แค่นี้ แต่หากเราพัฒนาทุเรียนและข้าวสารให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ให้หลากหลายออกไป โอกาสของรายได้ก็จะเพิ่มมากขึ้น จังหวัดต่างๆ ต้องนำเรื่องนี้ไปคิดต่อว่าจะแปรวัตถุดิบท้องถิ่นในประเทศให้เป็นสินค้าหลากหลายได้อย่างไรบ้าง อย่ารอให้ทางรัฐบาลคิดให้
ท่านรองนายกฯ สมคิด พูดว่า... หากเราคิดแต่จะขายทุเรียนสุกหรือข้าวสาร เราก็จะขายของได้แค่นี้ แต่หากเราพัฒนาทุเรียนและข้าวสารให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ให้หลากหลายออกไป โอกาสของรายได้ก็จะเพิ่มมากขึ้น จังหวัดต่างๆ ต้องนำเรื่องนี้ไปคิดต่อว่าจะแปรวัตถุดิบท้องถิ่นในประเทศให้เป็นสินค้าหลากหลายได้อย่างไรบ้าง อย่ารอให้ทางรัฐบาลคิดให้
จริงนะ... เรามีทรัพยากรและวัตถุดิบในมือมากมาย เราน่าจะแปลงให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ได้มากกว่านี้
ผู้เขียนเดินทางมาหลายแห่งในโลก เห็นประเทศที่นำสินค้าพื้นบ้านมาทำให้เกิดรายได้อย่างโดดเด่นมีอยู่ 2 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น กับ ฝรั่งเศส
หากจะนำมาเทียบเคียงเพื่อจะศึกษาและเดินทางไปสัมผัสการแปรวัตถุดิบท้องถิ่นในประเทศให้เป็นสินค้าระดับชุมชนที่เห็นได้ง่ายคือญี่ปุ่น
ตัวอย่างของญี่ปุ่นที่เป็นตัวอย่างที่ดีเรื่องหนึ่ง คือ... ญี่ปุ่นรู้นิสัยคนประเทศตัวเองว่า... ในการบริโภคพื้นฐานนั้นคนญี่ปุ่นจะขาด 3 สิ่งเหล่านี้ ในชีวิตไม่ได้ คือ วาซาบิ โชยุ และชาเขียว
เราเข้าไปเดินตามซูเปอร์มาร์ทในญี่ปุ่นวันนี้ ก็จะเห็นสินค้าต่างๆ มีวาซาบิ โชยุ ชาเขียว มาสร้างคุณสมบัติให้กับสินค้าได้มากมายหลายอย่าง
ที่บ้านเรานั้น... วิศวกรท่านหนึ่งมีมรดกสวนทุเรียนกับมังคุดที่ จ.ตราด เขาต้องการรักษามรดกของตระกูล แต่ปัญหาใหญ่ของชีวิตคือราคาผลไม้บ้านเราไม่ได้อยู่ในมือของผู้ผลิต
ถ้าคิดแต่จะขายทุเรียนกับมังคุดสดก็คงจะต้องอยู่ในชะตากรรมที่หลับไม่ตื่นแน่ เขาไปอบรมทั้งทางวิชาการเกษตรและธุรกิจมากมาย และบอกว่า
“สิ่งที่เรียนและอบรมมาทั้งหมดนั้น ถ้าไม่รู้จักคิดต่อ มันก็ไม่มีความหมายอะไรแม้แต่น้อยเลยครับ”
เขาคิดว่า... หากลองเอามังคุดไปเข้าห้องทดลอง แล้วจะดูว่ามีสารอะไรที่ให้คุณค่าทางเวชภัณฑ์อยู่บ้าง
เขาส่งมังคุดไปทำ R&D เพื่อหาทางนำมาทำสินค้าใหม่ แล้วพบว่าบางส่วนของมังคุดมีสารที่มีสรรพคุณมาทำเครื่องสำอางได้ นอกจากนำไปทำน้ำมังคุดแล้วยังพัฒนาต่อไปทำเป็นครีม โลชั่น และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการบำรุงรักษาผิวได้มากมาย
เขาคิดโครงการในระบบสหกรณ์ของชาวสวนผลไม้ใน จ.ตราด และมีโรงงานต้นแบบในระบบสหกรณ์ คู่ขนานกันนั้นก็มีการออกแบบผลิตภัณฑ์ วางแผนการตลาด และกำหนดช่องทางจำหน่ายสินค้า ขณะนี้โรงงานต้นแบบใกล้เสร็จ ในไม่ช้าจะส่งครีมและเครื่องสำอางที่มีสารสกัดจากมังคุดและผลไม้เมืองร้อนเข้าไปเทียบกับเครื่องสำอางกลิ่นผลไม้ที่ต่างประเทศ เหมือนกับบราซิลที่นำพืชจากป่า Amazon มาสกัดสารและกลิ่นมาขายทั่วโลก
มหาวิทยาลัยในประเทศไทยขณะนี้ สอนเทคโนโลยีและมีการวิจัยเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การอาหาร มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงที่ จ.เชียงราย มีสำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง (School of Cosmetic Science)
ขณะนี้เรามีต้นทุนทางวิชาการเหมือนกับเกาหลี แต่ต้องต่อยอดในเรื่องการผลิตและการตลาดออกไปให้ได้เท่านั้นเอง
R&D มังคุดที่ จ.ตราด น่าจะเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ดี ใครจะคิดเรื่่องอื่่นต่อไปได้ทำนองนี้ลองเข้าไปหาข้อมูลกับสหกรณ์ผู้ผลิตและแปรรูปมังคุดอินทรีย์ จ.ตราด หรือดูต้นแบบธุรกิจ SME ได้
ขอให้บรรดาธุรกิจพื้นบ้านทั้งหลายกลับไปอ่านสิ่งที่ท่านรองนายกฯ สมคิด พูดไว้อีกครั้งเถอะว่า... หากเราคิดแต่จะขายทุเรียนสุกหรือข้าวสาร เราก็จะขายของได้แค่นี้ แต่หากเราพัฒนาทุเรียนและข้าวสารให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ให้หลากหลายออกไป โอกาสของรายได้ก็จะเพิ่มมากขึ้น
นั่นคือเรื่องจริงค่ะ...







