
'แฟนตาซีเวิลด์' ตั้งเป้า แบรนด์ในใจทัวร์ไต้หวัน
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
บริษัทนำเที่ยวทั่วไป มักมีโปรแกรมนำเที่ยวที่ไม่ต่างกันมาก สิ่งที่ทำให้ดึงดูดลูกค้ามาใช้บริการคือบริการ อย่างไรก็ตามหากบริษัทนำเที่ยวรายใดสร้างความแตกต่างในตลาดด้วยการนำเสนอสินค้าบริการที่ไม่เหมือนใครเป็นรายแรกในตลาด และตอบโจทย์ความต้องการลูกค้า ก็จะเป็นอีกจุดที่ช่วยให้บริษัทนั้นมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี
วงศ์เลิศ ปิยะกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แฟนตาซี เวิลด์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ขณะนี้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวภายใต้ 4 แบรนด์ด้วยกัน คือ 1.แฟนตาซี เวิลด์ กรุ๊ป เป็นบริษัทที่ทำการค้าระหว่างผู้ประกอบการกับผู้ประกอบการ (บีทูบี) โดยเมื่อมีตัวแทนจำหน่ายขอราคาผู้ให้บริการภาคพื้น (แลนด์) ในไต้หวัน แฟนตาซี เวิลด์ กรุ๊ป ก็จะทำราคาแลนด์เสนอไปให้ 2.พาราไดซ์ ไต้หวัน ทำธุรกิจบีทูบี ออกโปรแกรมท่องเที่ยวพร้อมวันเดินทางออกมาให้ตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวต่างๆ ไปขายลูกค้าทั่วไปที่เป็นตลาดระดับบน จากนั้นก็ส่งลูกค้าจากหลายๆ บริษัทมารวมกัน
แบรนด์ที่ 3 วันเดอร์ฟูล ไต้หวัน ทำธุรกิจบีทูบี ออกโปรแกรมท่องเที่ยวพร้อมวันเดินทางออกมาให้ตัวแทนจำหน่ายท่องเที่ยวต่างๆ ไปขายกับลูกค้าทั่วไปที่เป็นตลาดระดับกลางถึงล่าง เป็นทัวร์ราคาไม่แพง ใช้บริการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) จากนั้นก็ส่งลูกค้าจากหลายๆ บริษัทมารวมกัน และแบรนด์ที่ 4 ทัวร์ไปไหนไปกัน เป็นการทำธุรกิจขายทัวร์ให้กับผู้บริโภคโดยตรง โดยแบรนด์นี้จะไปร่วมกับรายการโทรทัศน์ต่างๆ ถ่ายทำรายการท่องเที่ยวไต้หวันแล้วจัดโปรแกรมนำเที่ยวตามรอยสถานที่ที่ไปถ่ายทำ
สำหรับปีนี้ทำธุรกิจบริษัทนำเที่ยวเข้าสู่ปีที่ 6 แล้ว เห็นพัฒนาการตลาดคนไทยเที่ยวไต้หวันเปลี่ยนไปมาก 6 ปีก่อนคนไทยเที่ยวไต้หวันแค่ปีละ 8 หมื่นคน ผ่านไป 4 ปี (2 ปีก่อน) จำนวนคนไทยเที่ยวไต้หวัน ทะลุ 1 แสนคน/ปี สาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดคนไทยเที่ยวไต้หวันเติบโต มาจากการมีโลว์คอสต์แอร์ไลน์เปิดให้บริการเส้นทางจากไทยไปไต้หวัน เปิดโอกาสให้คนไทยเที่ยวไต้หวันง่ายขึ้น
ประกอบกับที่ผ่านมาคนไทยเที่ยวไปยังจุดหมายต่างๆ เกือบทั่วโลกแล้ว ส่วนไต้หวันเคยเป็นจุดหมายปลายทางที่ถูกมองข้าม เพราะคนไทยมักนึกถึงภาพลักษณ์ไต้หวันว่าเป็นประเทศอุตสาหกรรม ไม่คิดว่าจะมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย แต่ระยะหลังเริ่มมองเห็นมากขึ้นว่าไต้หวันมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายแห่ง
วงศ์เลิศ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการที่ทำทัวร์ไต้หวันมักมีโปรแกรมนำเสนอคล้ายๆ กัน ทำให้บริษัทต้องออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ สร้างความแตกต่างจากทัวร์อื่นๆ ที่มี เช่น ฉีกแนวไปจัดทัวร์ปั่นจักรยานเที่ยวไต้หวัน ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้รับกระแสตอบรับดีจากกลุ่มปั่นจักรยานที่เป็นมือสมัครเล่นและกลุ่มมือระดับกลาง หรือการเปิดเส้นทางท่องเที่ยวไปภาคใต้และภาคตะวันออกของไต้หวัน เพื่อให้แตกต่างจากโปรแกรมทัวร์อื่นๆ ในตลาดที่มักพาไปทางภาคเหนือและภาคกลางเป็นโปรแกรมมาตรฐาน
ขณะเดียวกัน บริษัทก็มีแผนทำทัวร์ที่เกี่ยวกับเทศกาลต่างๆ ในไต้หวันมากขึ้น เนื่องจากไต้หวันมีเทศกาลน่าสนใจอยู่มาก ทำให้มีโอกาสขยายไปเจาะตลาดนี้ได้
“บริษัทต้องการเป็นเหมือนแพทย์เฉพาะทาง คือชำนาญเฉพาะเส้นทางไต้หวันอย่างเดียวไปเลย ต้องการให้ตัวแทนจำหน่ายและลูกค้าทั่วไปพูดถึงไต้หวันแล้ว นึกถึงแฟนตาซี เวิลด์ กรุ๊ป อันดับแรก แม้เส้นทางนี้จะมีคู่แข่งใหม่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มาก คู่แข่งหลักๆ ในตลาดมี 10 ราย” วงศ์เลิศ กล่าว
วงศ์เลิศ อธิบายว่า บริษัทนำเที่ยวที่ทำตลาดไต้หวัน มีลูกค้า 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่ไปเที่ยวกับกลุ่มที่ไปศึกษาดูงาน บริษัทที่เจาะกลุ่มที่ไปเที่ยวนั้น จะได้รับผลกระทบกันมาก เนื่องจากการมีโลว์คอสต์แอร์ไลน์ และมีอินเทอร์เน็ตทำให้คนหาข้อมูลง่ายขึ้น เดินทางกันเองง่ายขึ้น ก็เดินทางกับทัวร์น้อยลง ส่วนบริษัทที่เจาะตลาดศึกษาดูงาน ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เนื่องจากกลุ่มนี้ยังจำเป็นต้องใช้บริษัทนำเที่ยวจัดการด้านต่างๆ ให้ ส่วนใหญ่การไปดูงานที่ไต้หวัน จะเป็นการดูงานเกี่ยวกับการเกษตร หรือการศึกษา
กลุ่มเป้าหมายหลักๆ ของตลาดศึกษาดูงานจะเป็นบริษัทในไทยที่มีบริษัทแม่อยู่ในไต้หวัน ต้องการพาพนักงานไปดูงานที่บริษัทแม่ หรือบริษัทในไต้หวันที่พาตัวแทนจำหน่ายในไทยเดินทางไป เช่น บริษัทปุ๋ย ขณะที่ภาครัฐจะเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการเกษตร ต้องการไปดูวิวัฒนาการการเกษตรในไต้หวัน หรือหน่วยงานเกี่ยวกับการศึกษา โรงเรียน มหาวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชน ที่ต้องการไปดูการเรียนการสอนในไต้หวัน
วงศ์เลิศ กล่าวว่า การทำบริษัทนำเที่ยว คืองานบริการ 100% ผลิตภัณฑ์ที่มีเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ การทำธุรกิจนี้ให้ยั่งยืนและมั่นคงก็ต้องเน้นเรื่องการให้บริการ ให้ข้อมูล โดยพัฒนาบุคลากรที่มีอยู่ให้รองรับลูกค้าประเภทต่างๆ ที่มาใช้บริการ ตอบคำถามลูกค้าแต่ละกลุ่มได้ เช่น ลูกค้ากลุ่มดูงานด้านเกษตร ต้องมีบุคลากรเป็นหัวหน้าทัวร์ มัคคุเทศก์ ที่มีความรู้การเกษตรรองรับ
ทั้งนี้ แต่ละปีบริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตด้านรายได้ไว้ที่ 15% เป็นการเติบโตตามจำนวนกรุ๊ปทัวร์ที่เข้ามาใช้บริการ ช่องทางการทำตลาดสำคัญ คือการจับมือบัตรเครดิตจัดรายการส่งเสริมการขายร่วมกัน การออกงานเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก ที่มีขึ้น 2 ครั้ง/ปี ช่วงต้นปีและกลางปี
ด้านเส้นทางท่องเที่ยวไต้หวันที่ได้รับความนิยมสูงช่วงนี้ ได้แก่ ทะเลสาบสุริยันจันทรา ซึ่งเป็นเส้นทางที่นิยมเสมอต้นเสมอปลาย นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น
จะเห็นได้ว่า การเป็นผู้ชำนาญเฉพาะทางถือเป็นอีกกลยุทธ์ที่บริษัทนำเที่ยวหลายแห่งเลือกมาใช้เพื่อให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง







