posttoday
ยกเครื่องเรื่อง ‘ช้าง’ รักษาภาพบวกเที่ยวไทย

ยกเครื่องเรื่อง ‘ช้าง’ รักษาภาพบวกเที่ยวไทย

24 กันยายน 2558

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

ช้างไทยเป็นอีกสื่อสัญลักษณ์ด้านท่องเที่ยวที่แข็งแกร่งของประเทศไทย นอกเหนือจากธรรมชาติ หาดทราย ชายทะเล สินค้าทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย ช่วยสร้างจุดขายให้สยามเมืองยิ้มเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกนิยมเดินทางมา

ทว่า เบื้องหลังภาพช้างไทย สัตว์สี่เท้าแสดงโชว์แสนรู้ คอยต้อนรับ สร้างความเพลิดเพลิน เรียกรอยยิ้มจากนักท่องเที่ยว กลับมีปมปัญหาที่ซ่อนอยู่ อย่างเช่นประเด็นที่ปางช้างไม่ได้นำหลักการบริหารจัดการควบคุมคุ้มครองช้างไทย ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองสัตว์ มาปฏิบัติอย่างจริงจัง ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับช้างของประเทศถูกบั่นทอนและเริ่มมีกระแสต่อต้านจากนัก
ท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจากฝั่งยุโรป อเมริกา ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เพิ่มขึ้น ซึ่งหากไม่เร่งทบทวน แก้ไขปัญหา หรือหามาตรการป้องกันเชื่อว่าภาพลักษณ์ที่ดีอาจติดลบในสายตาต่างชาติได้

แสงเดือน ชัยเลิศ ประธานมูลนิธิอนุรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า มูลนิธิได้นำหลักเกณฑ์มาตรฐานการดูแลช้างแบบครบวงจร ตั้งแต่การบริหารจัดการภายในปางช้าง การดูแลสวัสดิการให้ความสุขกับช้างภายหลังทำงานให้กับเจ้าของ

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาได้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในปางช้างไทยหลายแห่งที่ได้นำช้างมาฝึกการแสดงโชว์ เช่น เตะฟุตบอล วาดภาพ รวมถึงจัดบริการขี่ช้าง โดยไม่คำนึงถึงการพักผ่อนของช้าง มุ่งสร้างรายได้จำนวนมากเป็นหลัก มากกว่าเลี้ยงช้างให้มีความสุข

ทั้งนี้ หลายประเทศทั่วโลกที่อาศัย “ช้าง” เป็นจุดขายด้านการท่องเที่ยวเหมือนไทย เช่น อินเดีย ศรีลังกา มีกฎหมายคุ้มครองการทำงานของช้างในแต่ละวัน การกำหนดเวลาขี่ช้างช่วง 07.00-11.00 น. การกำหนดอายุปลดระวางการใช้งานช้าง ขณะที่ประเทศไทยใช้งานช้างตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. และใช้งานช้างจนกว่าจะสิ้นอายุขัย โดยไม่มีการปลดระวาง

ภาพดังกล่าวทำให้ชื่อเสียงประเทศถูกประณามจากต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ดูได้จากเวทีประชุมอนุรักษ์ช้างนานาชาติ ที่ส่วนใหญ่จะหยิบยกปัญหาการใช้งานช้างของคนไทยมาเป็นข้อถกเถียง

ดังนั้น หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและคนเลี้ยงช้างไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดังกล่าว หรือวางกรอบมาตรฐานการดูแลช้างให้ถูกต้อง ก็เชื่อว่าในอนาคตไทยจะสูญเสียกลุ่มนักท่องเที่ยวที่รักช้าง และไม่สามารถนำช้างไทยมาเป็นจุดขายที่แข็งแกร่งได้อีกต่อไป

ที่ผ่านมา มูลนิธิได้เสนอร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 7 ฉบับ เพื่อวางมาตรการการดูแลคุ้มครองช้างไทย เช่น มาตรการรักษาพยาบาล การควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ การปลดระวางการทำงานของช้างที่อายุ 55 ปี เทียบกับอายุขัยช้างเฉลี่ยที่ 70-75 ปี เป็นต้น

ทว่า ปัจจุบันกฎหมายคุ้มครองสัตว์ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายแห่ง ทำให้การบังคับใช้กฎหมายหรือการปฏิบัติตามระเบียบต่างๆ เป็นไปไม่สะดวกนัก อีกทั้งข้อกำหนดบางประการอาจไม่จูงใจให้เจ้าของช้างดูแลช้างอย่างเป็นธรรม เช่น หากช้างถูกใช้งานจนตาย เจ้าของจะได้รับเงินประกัน 7 แสนบาท/เชือก ทำให้เจ้าของไม่สนใจดูแลช้างมากนัก สร้างภาพลักษณ์ทางการท่องเที่ยวติดลบให้กับนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม แสงเดือน กล่าวว่า ปัจจุบันหลายปางช้างได้นำกลยุทธ์ทางการตลาดรูปแบบใหม่มานำเสนอกับนักท่องเที่ยว อย่าง การท่องเที่ยวแบบร่วมทำกิจกรรมกับช้าง ให้นักท่องเที่ยวเดินเล่นกับช้าง ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากนักท่องเที่ยว ส่วนการนั่งช้างที่หลงเหลืออยู่นั้นจำเป็นต้องให้ข้อมูลและความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดรายการนำเที่ยว

นอกจากดูแลช้างในประเทศแล้ว ตอนนี้มูลนิธิได้ร่วมวางระบบการบริหารจัดการ ให้คำปรึกษาที่ถูกต้องแก่เจ้าหน้าที่ของเมียนมา ซึ่งเตรียมเปิดศูนย์อนุรักษ์ช้างอาเซียนที่เมียนมาปลายปีนี้ด้วย

“การวางระบบการดูแลที่เมียนมา เป็นแนวความคิดที่สอดคล้องกับแนวทางอนุรักษ์และคุ้มครองช้างที่ทั่วโลกให้ความสำคัญ ซึ่งถือเป็นการนำมาตรฐานของไทยไปใช้เป็นต้นแบบที่ถูกต้อง ตรงตามกระแสของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการท่องเที่ยวพร้อมร่วมอนุรักษ์ สร้างความสุขให้กับช้างมากกว่าเป็นการทารุณสัตว์ เหมือนที่ปางช้างไทยบางแห่งดำเนินการอยู่” แสงเดือน อธิบาย

ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากเมียนมาได้เข้ามาศึกษาดูงานการเลี้ยงช้าง เพื่อนำช้างไปเป็นส่วนหนึ่งของการจัดรายการท่องเที่ยว แต่พบว่าบางส่วนเป็นการทารุณช้าง จึงปรับเปลี่ยนแนวคิดพร้อมนำมาตรฐานการดูแลของมูลนิธิไปใช้ เพื่อสร้างการเติบโตทางการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน

ในภาวะที่ช้างยังเป็นจุดขายหนึ่งของไทย ซึ่งอาจกลายเป็นต้นแบบของอาเซียน ถึงเวลาที่ภาครัฐจะต้องวางแนวทางแก้ปัญหาการใช้งานช้างอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความสุขให้กับทั้ง “คน” และ “ช้าง”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท