
การศึกษาด้านการโค้ช
โดย...ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ
โดย...ดร.อัจฉรา จุ้ยเจริญ
องค์กรหนึ่งที่ทำการศึกษาด้านการโค้ชอย่างต่อเนื่อง คือ สหพันธ์โค้ชนานาชาติ หรือ International Coach Federation (ICF) ในปีที่ผ่านมา ICF ได้เน้นไปที่การสร้างการโค้ชให้เป็นวัฒนธรรมองค์กร (Building a Coaching Culture) และเผยผลจากการศึกษาที่น่าสนใจ เช่น ประโยชน์อันดับต้นๆ ที่องค์กรได้รับจากการสร้างวัฒนธรรมการโค้ชในองค์กร คือ การเพิ่มความผูกพันของบุคลากรที่มีต่อองค์กร (Employee Engagement)
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้องค์กรที่ร่วมทำการสำรวจจะเห็นคุณค่าของการสร้างการโค้ชให้เป็นวัฒนธรรมองค์กรแต่มีเพียง 13% ขององค์กรที่ร่วมในการสำรวจครั้งนี้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีองค์ประกอบของวัฒนธรรมนี้แล้วอย่างเข้มแข็งจริง
ในกลุ่ม 13% นี้ มีการยืนยันถึงประโยชน์ของวัฒนธรรมการโค้ชอย่างชัดเจน เช่น 60% ยืนยันว่า ในปี ค.ศ. 2013 องค์กรของเขามีผลประกอบการที่ดีกว่ากลุ่มบริษัทในกลุ่มใกล้เคียงกัน และ 65% ยืนยันว่าเขามีความผูกพันต่อองค์กรในระดับสูงมาก
สหพันธ์โค้ชนานาชาติ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1995 เป็น Nonprofit Organization เริ่มจากมีสมาชิกที่มีจิตอาสาในการสนับสนุนกันและกันเพียงไม่กี่คน จนกลายเป็น 70 คนใน 3 ปีถัดมา และปัจจุบันมีสมาชิกอยู่ใน 120 ประเทศ รวมประมาณ 2.1 หมื่นคน
นอกจากการวิจัยเพื่อสร้างความก้าวหน้าให้กับศาสตร์การโค้ชแล้ว ICF ยังส่งเสริมและเป็นผู้กำหนดจริยธรรมและสมรรถนะหลักของโค้ชมืออาชีพ มีกระบวนการที่โค้ชทั่วโลกสามารถสมัครสอบเพื่อให้ได้การรับรองมาตรฐานที่เขากำหนด เมื่อได้รับการรับรองแล้วก็จะมีชื่อปรากฏในเว็บไซต์ของเขาชัดเจน
ดิฉันเองได้รับการติดต่อจากบริษัทต่างประเทศบ่อยๆ จากการที่มีผู้เข้าไปค้นหาโค้ชจากแหล่งข้อมูลของ ICF การรับรองของเขาแบ่งออก 3 ระดับ คือ ระดับ ACC (Associate Certified Coach) ปัจจุบันมีโค้ชคนไทยที่ได้รับการรับรองในระดับนี้ประมาณเกือบ 30 ท่าน ในระดับที่ข้อกำหนดสูงขึ้นไปคือ PCC (Professional Certified Coach) มีเพียง 5 ท่าน
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า โค้ชที่ไม่ได้เข้าสอบในกระบวนการรับรองนี้จะไม่มีประสิทธิภาพในการโค้ช โค้ชทุกท่านมีแนวทางที่แตกต่างกันไป การเข้าสมัครสอบ ICF เป็นสิทธิและความชอบของโค้ชแต่ละท่าน ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาอ่านได้จาก www.coachfederation.org







