posttoday
‘ทีโอที’ วัวพันหลัก อลวนทวงเงินเอไอเอส

‘ทีโอที’ วัวพันหลัก อลวนทวงเงินเอไอเอส

22 กันยายน 2558

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

ทำท่าว่าอาจจะต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะได้ข้อสรุป กรณี“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ บริษัททีโอที รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงไอซีที เรียกเงินชดเชยจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) เกี่ยวกับข้อพิพาทที่ยืดเยื้อกว่า 6 ปี

หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำพิพากษาเมื่อปี 2553 ว่า การแก้ไขสัญญาสัมปทานระหว่างทีโอทีกับเอไอเอส กรณีปรับลดส่วนแบ่งรายได้บริการโทรศัพท์แบบเติมเงิน (พรีเพด) จาก 25-30% เหลือ
20% ตลอดอายุที่เหลือของสัมปทานและลดภาษีสรรพสามิตโทรคมนาคม เป็นการ “เอื้อประโยชน์” ให้เอกชน

ต่อมาในปี 2557 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลว่าการแก้ไขสัญญาสัมปทานและการลดภาษีดังกล่าวเป็นไปโดยมิชอบเช่นกัน 

จึงเป็นหน้าที่โดยตรงของทีโอทีต้องดำเนินการในขั้นตอนปฏิบัติ ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาล และ ป.ป.ช. คือการเรียกเงินค่าเสียหายจากเอไอเอส 

แต่ปรากฏว่าเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะกรรมการบริษัท ทีโอที ที่มี พล.อ.สุรพงษ์ สุวรรณอัตถ์ รองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นประธาน ได้ประชุมกันและมีมติให้ทำหนังสือกลับไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อให้ถามไปยัง ครม.ให้มีความชัดเจนว่า

“การแก้ไขสัญญาสัมปทานระหว่างทีโอทีและเอไอเอสเป็น ‘โมฆะ’ หรือไม่ และจะให้กลับไปยึดเงื่อนไขตามสัญญาสัมปทานเดิมฉบับที่ยังไม่มีการแก้ไขหรือไม่ เนื่องจากในอดีตกระทรวงไอซีทีและบริษัท ทีโอที ‘ไม่เคย’ เสนอให้ ครม.มีมติเห็นชอบการแก้ไขสัญญาสัมปทานดังกล่าวในช่วงปี 2544-2545 แต่อย่างใด”

หากย้อนกลับไปในปี 2549-2550 “รัฐบาลขิงแก่” ที่มี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้มีการสั่งการให้ สิทธิไชย โภไคยอุดม รมว.ไอซีที สมัยนั้น เข้าไปตรวจสอบการแก้ไขสัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือระหว่างทีโอทีและบริษัท เอไอเอส รวมถึงการแก้ไขสัญญาสัมปทานระหว่าง กสท โทรคมนาคม บริษัท ดีแทค และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น ซึ่งพบว่ามีการแก้ไขสัญญาสัมปทานรวม 6 ฉบับ ที่ไม่มีการเสนอ ครม.

สิทธิไชยได้ทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยสอบถามว่าการแก้ไขสัญญาสัมปทานชอบหรือไม่ ซึ่งกฤษฎีกามีหนังสือตอบกลับมาว่า “การแก้สัญญาเป็นไปโดยมิชอบ เนื่องจากไม่มีการเสนอให้ ครม.มีมติเห็นชอบ” สิทธิไชย ได้แทงเรื่องถึงบอร์ดทีโอทีและบอร์ด กสท ให้แก้ไขในเรื่องนี้ และทำหนังสือสอบถามความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ที่สุดแล้วเรื่องก็เงียบหายไป และมีการทวงถามเรื่องนี้อีกครั้งในสมัยที่จุติ ไกรฤกษ์ เป็น รมว.ไอซีที

จากนั้นก็ไม่มีการรายงานความคืบหน้าให้ ครม.รับทราบแต่อย่างใด จนกระทั่ง พล.อ.ประยุทธ์ สั่งการเรื่องนี้ในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา  

ล่าสุด อุตตม สาวนายน รมว.ไอซีที ระบุว่า การประชุม ครม.วันนี้ (22 ก.ย.) จะยังไม่มีเรื่องที่ทีโอทีต้องการสอบถามความชัดเจนกรณีแก้ไขสัญญาสัมปทานเอไอเอส แต่ได้สั่งการให้ทีโอทีรายงานความคืบหน้าให้ทราบมาเป็นระยะๆ

“ล่าสุดทีโอทีได้รายงานอย่างไม่เป็นทางการมายังกระทรวงว่า ได้ยื่นเรื่องนี้ต่อสำนักงานอัยการเพื่อพิจารณาดำเนินการตามข้อสั่งการของ ครม. แล้วว่าจะดำเนินการอย่างไร แต่ส่วนรายละเอียดเป็นอย่างไร จะต้องถามความคืบหน้าจากทางทีโอทีอีกครั้ง” อุตตม กล่าว

แหล่งข่าวจากทีโอที เปิดเผยว่า การเรียกค่าเสียหายหรือเงินชดเชยกรณีแก้ไขสัญญาสัมปทานจากเอไอเอสคงเป็นเรื่องยาก เนื่องจากความชอบหรือมิชอบของสัญญานั้นไม่ได้มาจากความผิดพลาดของเอกชนคู่สัญญา แต่เป็นทีโอทีและไอซีทีที่ไม่ได้เสนอการแก้ไขสัญญาสัมปทานให้ ครม.เห็นชอบก่อน

“ในทางนิตินัยเอกชนไม่รู้หรอกว่ามีการนำสัญญาสัมปทานที่แก้ไขเสนอให้ ครม.เห็นชอบหรือไม่เมื่อสัญญาที่มิชอบนั้นเกิดจากการที่หน่วยงานรัฐทำผิดขั้นตอนเอง การจะไปเรียกเงินชดเชยจากเอกชนก็คงยาก และหากมีการเรียกเงินชดเชยจริงจะเรียกบนฐานใดขณะที่การลดส่วนแบ่งรายได้ลงกลับทำให้ทีโอทีมีรายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากคนใช้โทรศัพท์มือถือมากขึ้นจากค่าบริการที่ลดลง” แหล่งข่าว ระบุ 

อาจสรุปได้ว่า การเรียกเงินคืนจากเอไอเอสจะเป็นมวยล้มต้มคนดูแน่ หาก พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ลงมาเล่นเอง แถมยังพ่วงด้วยการเรียกเงินคืนค่ายมือถืออีก 2 เจ้า ที่การแก้ไขสัญญาสัมปทานมีขั้นตอนที่ “ไม่ชอบ” เหมือนกัน 

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง