posttoday
เข้าสู่ฤดูกาลลดหย่อนภาษี

เข้าสู่ฤดูกาลลดหย่อนภาษี

22 กันยายน 2558

สวัสดีครับผู้อ่านที่รักทุกๆ ท่าน ธนาคารกลางสหรัฐ มีมติเป็นเอกฉันท์เพื่อคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไปโดยมีเหตุผลหลัก คือ ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวลง แต่ก็ยังเปิดช่องสำหรับการปรับดอกเบี้ยขึ้นภายในปีนี้ ดังนั้นปัจจัยเสี่ยงของการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ ยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดในอนาคตต่อไป แต่ในระยะสั้นก็น่าจะเป็นผลบวกต่อตลาดหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยน

สวัสดีครับผู้อ่านที่รักทุกๆ ท่าน ธนาคารกลางสหรัฐ มีมติเป็นเอกฉันท์เพื่อคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อไปโดยมีเหตุผลหลัก คือ ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจชะลอตัวลง แต่ก็ยังเปิดช่องสำหรับการปรับดอกเบี้ยขึ้นภายในปีนี้ ดังนั้นปัจจัยเสี่ยงของการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐ ยังเป็นปัจจัยกดดันตลาดในอนาคตต่อไป แต่ในระยะสั้นก็น่าจะเป็นผลบวกต่อตลาดหุ้นและอัตราแลกเปลี่ยน

วันนี้ผมจะขอพูดคุยเกี่ยวกับข้อมูลการลงทุนเพื่อการลดหย่อนภาษีทั้งจากกองทุน LTF และ RMF ตลอดจนการลงทุนในประกันชีวิตเนื่องจากกำลังเข้าสู่โค้งสุดท้ายของปีนี้ และแน่นอนเป็นฤดูกาลที่เรามักจะเห็นนักลงทุนต่างพากันลงทุนในกองทุน LTF และ RMF เพื่อประโยชน์ทางภาษีและลงทุนระยะยาวเพื่อเกษียณอายุ

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีเม็ดเงินที่ลงทุนในกองทุน LTF ในช่วงไตรมาส 4 เป็นจำนวน 20,847 ล้านบาท 24,249 ล้านบาท และ 37,272 ล้านบาท ตามลำดับ แน่นอนเม็ดเงินขนาดนี้น่าจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นไทยในช่วงโค้งสุดท้ายได้บ้าง ในขณะที่การลงทุนในกองทุน RMF ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา การลงทุนใน RMF เป็นเม็ดเงิน 2,964 ล้านบาท ภายในปี 2012 และ 3,447 ล้านบาท ในปี 2013 และ 2,745 ล้านบาท ในปี 2014 ตามลำดับ แม้จะมีปริมาณน้อยกว่า แต่ก็ถือว่า RMF เป็นการลงทุนที่สำคัญต่อการวางแผนเกษียณ เนื่องจากเราสามารถเลือกกระจายเงินลงทุนเพื่อการเกษียณของเราไปยังสินทรัพย์อื่นที่มีความปลอดภัย หรือมีผลตอบแทนที่ค่อนข้างมั่นคง เช่น การลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนตราสารหนี้ เป็นต้น

สำหรับกองทุน LTF ที่ผมจะพูดถึงในวันนี้จะแบ่งเป็นกอง LTF แบบปกติ และแบบ 70/30 สำหรับนักลงทุนที่อาจกังวลต่อความผันผวนของตลาดหุ้นไทย ทั้งนี้ ทางฝ่ายบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) ของ บล.เอเชีย เวลท์ มีการแนะนำกองทุน LTF ในไตรมาส 4 โดยพิจารณาจากผลการดำเนินงานช่วงสั้น และกลาง ตลอดจนความสม่ำเสมอของอันดับผลการดำเนินงาน 3 กองทุนแรก ได้แก่

1.Jumbo Plus Dividend Long Term Equity Fund ของ บลจ.ทหารไทย

2.Phatra Long Term Equity ของ บลจ.ภัทร และ 3.Good Corporate Governance LTF ของ บลจ.ยูโอบี

แต่สำหรับนักลงทุนบางคนที่มีความกังวลต่อตลาดทุนไทยสามารถเลือกกองทุนที่มีนโยบาย 70:30 โดยลงทุนในหุ้น 70% และอีก 30% ลงทุนในตราสารหนี้ซึ่งมีสัดส่วนหุ้นที่ต่ำกว่ากองทุนปกติ ความผันผวนก็จะน้อยกว่าเช่นกัน ตัวอย่างของกองทุนประเภทนี้ที่เราแนะนำ เช่น กองทุน Krungsri Dividend Stock 70/30 LTF

สำหรับกองทุน RMF นั้น ปีนี้ผมยังคงแนะนำการกระจายความเสี่ยงไปยัง Property Fund เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหุ้นไทยและยังคงได้รับผลตอบแทนที่สม่ำเสมอจากเงินปันผล เช่น กองทุน CIMB iPROP RMF ที่ในปีนี้สร้างผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปีถึงร้อยละ 12.41 (YTD Return ณ วันที่ 11 ก.ย. 2558) แต่ถ้านักลงทุนสามารถรับความเสี่ยงได้ หรืออยากกระจายการลงทุนไปยังต่างประเทศ ปีนี้ก็มีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ออกกองทุน RMF ที่ลงทุนในกลุ่ม Healthcare ซึ่งผมมองว่ายังเป็นกลุ่มที่น่าลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนระยะยาวเป็นกอง RMF เช่นกองทุน Thanachart Global Healthcare RMF เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง