posttoday
แนะปัดฝุ่นภาษีคนรวย แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำ

แนะปัดฝุ่นภาษีคนรวย แก้ปัญหาเหลื่อมล้ำ

22 กันยายน 2558

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงศ์

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) จัดเสวนาสาธารณะ เรื่อง “ความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย แนวโน้ม นโยบาย และแนวทางขับเคลื่อนนโยบาย” โดย สมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาอย่างทั่วถึง ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำยังน่าเป็นห่วงและมีแนวโน้มสูงขึ้นมาก รวมทั้งไทยมีความเหลื่อมล้ำสูงกว่าเกาหลีใต้และไต้หวัน ซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาเท่ากัน สะท้อนว่าไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้าง รายจ่ายการดูแลภาคประชาชนไม่มีประสิทธิภาพ และโครงสร้างทางการเมืองไม่เท่าเทียมกัน รวมทั้งปัญหาคอร์รัปชั่นก็ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ขณะที่ความเหลื่อมล้ำก็เอื้อต่อการคอร์รัปชั่น 

ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามใช้มาตรการการคลัง ทั้งนโยบายภาษี และการใช้จ่าย แต่ยังไม่ทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำลดลง รวมถึงการจัดสรรงบประมาณเพื่อสวัสดิการสังคมจำนวนมากๆ ก็ไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำได้ โดยเฉพาะมาตรการประชานิยมต่างๆ ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงมาตรการล่าสุดที่ให้เงินกองทุนหมู่บ้าน ก็ไม่ได้แก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและมีความยั่งยืนได้ แต่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นๆ เท่านั้น รัฐบาลจึงควรหันมาเน้นการสร้างอาชีพระยะยาว โดยใช้ไมโครไฟแนนซ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการปล่อยสินเชื่อให้ระดับฐานราก ซึ่งทำให้มีวินัยการเงินการคลังด้วย

สำหรับแนวทางการการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำนั้น ทีดีอาร์ไอเสนอให้ใช้นโยบายการคลังและสวัสดิการสังคมในการแก้ไข โดยจะต้องมีการปรับระบบภาษีให้ครอบคลุมทุกฐานเท่าเทียมกันมากขึ้น เพิ่มความเสมอภาคทางภาษี ดึงคนนอกระบบหรือธุรกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบภาษี รวมถึงการปฏิรูประบบสวัสดิการสังคม โดยเพิ่มการใช้จ่ายด้านการคุ้มครองทางสังคมและด้านสวัสดิการ เน้นเดินทางสายกลางระหว่างรัฐและทุกภาคส่วนทั่วถึงครบถ้วนไม่แพง มีประสิทธิภาพ ลดความเหลื่อมล้ำได้จริง

นอกจากนี้ มาตรการภาษีก็เป็นเครื่องมือการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำได้ แต่น่าเสียดายที่กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตกไป ทั้งที่จะทำให้รัฐเก็บภาษีได้เป็นแสนล้านบาทต่อปี ส่วนภาษีมรดกก็สามารถลดความเหลื่อมล้ำได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะเดียวกัน รัฐควรทบทวนภาษีที่ให้สิทธิประโยชน์กับคนรวย เช่น การยกเว้นภาษีให้กับผู้ลงทุนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) และสิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) รวมถึงควรเพิ่มการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ตามระยะเวลาที่กำหนด

ด้าน กอบศักดิ์ ภูตระกูลผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ในช่วง 30 ปีที่แล้วมา ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่ได้ลดลง แต่กลับมีแนวโน้มมีปัญหามากขึ้น ทั้งความเหลื่อมล้ำด้านรายได้และสินทรัพย์ โดยมีคนรวย 20% มีรายได้ 54% ของประเทศ และกลุ่มคนจนทั้งหมดมีรายได้รวมกัน 4-5% ส่วนความเหลื่อมล้ำด้านสินทรัพย์มีคนรวยที่สุดมีการครอบครองที่ดิน 80% และคนจนที่สุดมีที่ดิน 0.25% คนที่มีบัญชีเงินฝากทั้งหมด 80 ล้านบัญชี ซึ่งมีบัญชี 1 แสนบัญชี มีเงินฝากถึง 50% ของยอดเงินฝากทั้งหมด และน่าเป็นห่วงความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหานำไปสู่ความขัดแย้ง

กอบศักดิ์ เสนอแนวทางแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำว่า ควรมีระบบสวัสดิการสังคมที่ดีมาช่วยคน โดยต้องเป็นระบบที่เหมาะสมกับไทย แต่ระบบสวัสดิการก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายที่จะแก้ปัญหาได้ โดยปัญหาหลักอยู่ในกลุ่มคนรวยมากและกลุ่มคนจน เพราะมีความเหลื่อมล้ำสูง รวมทั้งต้องออกแบบสวัสดิการสังคมให้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ” กอบศักดิ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน จะต้องมีการทบทวนภาษีต่างๆ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจน เช่น ภาษีแอลทีเอฟ ที่ยกเว้นภาษีสำหรับเงินลงทุน 5 แสนบาท ถือเป็นวงเงินที่สูงไป และการยกเว้นภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุนบีโอไอ ที่ทำให้รัฐสูญเสียภาษี 3-4 แสนล้านบาท แต่ไม่มีการทบทวนหรือลงโทษบริษัทที่ได้รับบีโอไอแต่ไม่ปฏิบัติตามแผนที่เสนอมา และไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศที่แท้จริง โดยบีโอไอ ควรกำหนดเป้าหมายการสนับสนุนอุตสาหกรรมตามเป้าหมายของประเทศท่ี่แท้จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท