posttoday
ทองคำกับการ ขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

ทองคำกับการ ขึ้นดอกเบี้ยของเฟด

21 กันยายน 2558

ราคาทองคำมีความผันผวนเป็นช่วงๆ ตามกระแสข่าวการประชุมของเฟดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ ซึ่งการประชุมในวันที่ 16-17 ก.ย.ที่ผ่านมา เฟดยังมีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0-0.25% ซึ่งเป็นนโยบายการคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำมาเป็นระยะเวลานานกว่า 7 ปีแล้ว หลายๆ คนคงสงสัยว่าทำไมเฟดพยายามที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งๆ ที่ภาวะเศรษฐกิจทั่วไปของโลกอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอ รวมไปถึงจีนซึ่งเป็นผู้นำเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก ซึ่งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ดัชนีภาคการผลิตและจีดีพีของจีนที่ต่ำกว่าเป้าหมายจนต้องประกาศลดค่าเงินหยวนลงมาประมาณ 4.6%

ราคาทองคำมีความผันผวนเป็นช่วงๆ ตามกระแสข่าวการประชุมของเฟดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ ซึ่งการประชุมในวันที่ 16-17 ก.ย.ที่ผ่านมา เฟดยังมีมติตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0-0.25% ซึ่งเป็นนโยบายการคงอัตราดอกเบี้ยระดับต่ำมาเป็นระยะเวลานานกว่า 7 ปีแล้ว หลายๆ คนคงสงสัยว่าทำไมเฟดพยายามที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยทั้งๆ ที่ภาวะเศรษฐกิจทั่วไปของโลกอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอ รวมไปถึงจีนซึ่งเป็นผู้นำเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลก ซึ่งในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ดัชนีภาคการผลิตและจีดีพีของจีนที่ต่ำกว่าเป้าหมายจนต้องประกาศลดค่าเงินหยวนลงมาประมาณ 4.6%

สำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดนั้นคงต้องถือว่าเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจของโลก โดยเฟดเองจะใช้หลักการที่จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่อยู่ 3 ประเด็นคือ 1) ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศ หมายถึง ข้อมูลเศรษฐกิจต่างๆ ที่นำมาประมวล ไม่ว่าจะเป็นภาคการผลิต การขายอสังหาริมทรัพย์ จีดีพี เป็นต้น 2) การพิจารณาอัตราการจ้างงานที่ดีขึ้นหรือในทางกลับกันอัตราคนว่างงานปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ณ ขณะนี้มีคนว่างงานอยู่ในอัตราส่วน 5.1% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบกว่า 7 ปี 3) เป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% และข้อสุดท้ายที่เฟดเพิ่มเงื่อนไขเข้ามา คือภาวะเศรษฐกิจของโลก โดยหมายรวมถึงภาวะเศรษฐกิจของยูโรโซน, จีน และประเทศที่กำลังพัฒนาในโซนเอเชียทั้งหลาย

จากการประมวลข้อมูลทั้งหมด เฟดเองพบว่าเศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มมีการฟื้นตัวขึ้น แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะแข็งแรงเพียงพอ จึงส่งผลให้เฟดชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป ขณะที่หลายๆ ฝ่ายคาดหวังว่าเฟดคงจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง นั่นหมายความว่าอาจจะเกิดขึ้นในเดือน พ.ย.หรือช้ากว่านั้นก็เป็นไปได้ การที่เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำย่อมไม่มีผลดีต่อภาคเศรษฐกิจ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเฟดได้ทำการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องด้วยการใช้มาตรการ คิวอี และเมื่อสภาพเศรษฐกิจฟื้นตัวก็ต้องดึงกลับมาเหมือนเดิมให้ได้ โดยเป้าหมายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งนี้อยู่ที่ระดับประมาณ 2% ซึ่งต่างจากเป้าหมายเดิมในปี 2007 ที่ช่วงนั้นมีการตั้งระดับเป้าหมายไว้ที่ 6% แต่แล้วก็ประสบกับภาวะฟองสบู่ในปี 2008 ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า นโยบายการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดน่าจะเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็วภายในปีนี้อย่างแน่นอน

วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค

ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นและทดสอบเส้นค่าเฉลี่ยสุดท้าย 100 วัน บริเวณ 1,145 เหรียญ ซึ่งถือว่าเป็นจุดท้าทายอีกครั้งหนึ่งและเป็นระดับแนวต้านที่สำคัญ ถ้าหากทองคำยืนเหนือ 1,150 เหรียญ ก็จะทำให้ระยะกลางของทองคำกลับมาเป็นขาขึ้นในระยะสั้นๆ แนวรับสำคัญของทองคำอยู่ที่ระดับ 1,100 เหรียญ สัญญาณทางเทคนิคบางตัวเริ่มมีการ Overbought มากขึ้น และมีโอกาสที่จะกลับตัวได้ในระยะสั้น โดยสัญญาณทางเทคนิคระยะสั้นเริ่มมีสภาวะ Divergence บ้าง บ่งบอกถึงการมีโอกาสที่จะกลับตัว หรือแรงเทขายเข้ามา อย่างไรก็ดี ระยะยาวทองคำยังถือว่าเป็นแนวโน้มขาลงในภาพของกราฟราย Weekly ดังนั้นการลงทุนในระยะสั้นจึงแนะนำให้ปรับลักษณะการเก็งกำไรในทิศทาง Sideways โดยค่อนข้างไปทาง Upside เล็กน้อย ขณะเดียวกันค่าเงินบาทก็มีลักษณะแข็งค่าขึ้นอย่างมากเช่นเดียวกัน จึงทำให้การวิเคราะห์สั้นๆ ในขณะนี้ค่อนข้างยากลำบาก เนื่องจากมีการแกว่งตัวทั้งราคาทองคำและค่าเงินบาทควบคู่กันไป

นอกจากนี้ นักลงทุนสามารถเข้าร่วมฟังงานเสวนาพิเศษในหัวข้อ “กลยุทธ์การซื้อขายระยะสั้นของฟิวเจอร์ส และออปชั่น” ในวันอังคารที่ 22 ก.ย.นี้ เวลา 18.00-20.30 น. ณ ห้องสมุดมารวย อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ