posttoday
ถอดรหัส ผลประชุมเฟด

ถอดรหัส ผลประชุมเฟด

21 กันยายน 2558

ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ครั้งล่าสุด กระพือความวิตกว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวต่ำ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะต่ำกว่าและยาวนานกว่าที่เคยประเมินไว้ แต่เฟดยังส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเล็กน้อยก่อนสิ้นปีนี้

ผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ครั้งล่าสุด กระพือความวิตกว่าแนวโน้มเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวต่ำ ขณะที่อัตราเงินเฟ้อจะต่ำกว่าและยาวนานกว่าที่เคยประเมินไว้ แต่เฟดยังส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเล็กน้อยก่อนสิ้นปีนี้

น่าสังเกตว่า ตลาดการเงินคาดว่าเฟดจะขยับดอกเบี้ยช้ากว่านั้นอีก และมีโอกาสเพิ่มขึ้นที่การขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกจะถูกเลื่อนออกไปในช่วงต้นปี 2559             

ตลาดโลกช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอบรับผลประชุมเฟด ดังนี้ ดัชนีเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงจากก่อนประชุมเฟด ช่วงสั้นกระแสเงินทุนวิ่งเข้าตลาดพันธบัตรสหรัฐ ราคาพันธบัตรวิ่งขึ้น กดบอนด์ยิลด์ลง ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ปรับลงในวันศุกร์ นำโดยดาวโจนส์ (-1.7%) และตลาดหุ้นยุโรป (-1.8%)

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขยับขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมุมมองที่ว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะอยู่ในเกณฑ์ต่ำ และเฟดแค่เลื่อนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย น้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) และ น้ำมันดิบเบรนต์ลดลง ทองคำได้ประโยชน์ในช่วงสั้น

ดอลลาร์จึงมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในระยะถัดไป จะกดดันสกุลเงินของตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะประเทศที่พึ่งรายได้จากการส่งออกโภคภัณฑ์เกณฑ์ในสัดส่วนสูง เช่น บราซิล 

สรุปว่าช่วงเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเฟดยังคงไม่ชัดเจนต่อไป แต่จะขึ้นช้ากว่าที่เคยคาดกันไว้ ตลาดการเงินและสินค้าโภคภัณฑ์ยังคงผันผวนต่อไป ขณะที่ดอลลาร์แค่ชะลอการแข็งค่าชั่วคราว

ภายใต้สถานการณ์ที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มขยายตัวต่ำและอัตราเงินเฟ้อต่ำยาวนาน เมื่อภาวะ “ฝุ่นตลบ” จางลง หุ้นมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีกว่าตราสารหนี้ในระยะถัดไป โดยเฉพาะหุ้นคุณภาพสูง (Quality Stock - หมายถึงหุ้นของบริษัทที่เป็นเจ้าของแบรนด์ที่เป็นผู้นำตลาด อยู่ในธุรกิจที่โต มีงบดุลแข็งแกร่ง กระแสเงินสดและกำไรเติบโต การเปิดเผยข้อมูลโปร่งใส มีบรรษัทภิบาล) และหุ้นปันผลสูง

หุ้นที่อยู่ในข่ายนี้ก็เช่น ADVANC CPALL KBANK SCC BLA เป็นต้น รวมถึงกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (REIT) เช่น BTSGIF DIF JASIF TLGF WHART กองทุนรวมเหล่านี้ให้ปันผลในอัตราสูงและมีความมั่นคง จึงกลายเป็นการลงทุนทางเลือกในยุคดอกเบี้ยต่ำยาว

ที่สำคัญราคาหุ้นต้องต่ำกว่ามูลค่าหุ้นพอสมควรด้วย เช่น ต่ำกว่ามูลค่าคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ราคาหุ้นต่ำเมื่อเทียบกับกำไร (PE) หรือมูลค่าตามบัญชี (PB) โดยคำนึงถึงการเติบโตระยะยาว และ ROE (กำไรเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้น)

ประเด็นแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยเฟดจะค่อยๆ ลดบทบาทในการชี้นำตลาดหุ้นบ้านเรา ก่อนจะกลับมาอีกครั้งช่วงใกล้การประชุมเฟดครั้งถัดไปในปลายเดือน ต.ค. และกลางเดือน ธ.ค.

ช่วงที่ตัวแปรเฟดลดบทบาท ตลาดจะมองหาตัวขับเคลื่อนตลาดอื่น ซึ่งอาจเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะการเร่งรัดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การคาดการณ์แนวโน้มผลประกอบการ เป็นต้น  

ช่วงต้นสัปดาห์ตลาดหุ้นไทยอาจเปิดย่อตามตลาดหุ้นอื่น แต่สามารถใช้เป็นจังหวะเลือกซื้อรายตัว ไว้ลุ้นขายแถวแนวต้าน 1,403 และ 1,410-1,414 จุด ในระยะสัปดาห์ โดยเน้นกลุ่มหุ้นที่ได้รับผลดีจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม เช่น PS SIRI AMATA STEC CK KTC TMB เป็นต้น รวมถึงธุรกิจท่องเที่ยวที่กำลังเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นในช่วงปลายปี-ต้นปี เช่น AOT CENTEL เป็นต้น

ส่วนหุ้นโรงกลั่น/ปิโตรเคมี อาจอ่อนตัวลงตามราคาน้ำมันดิบโลก แต่มองเป็นจังหวะซื้อ PTTGC ช่วงราคาหุ้นย่อตัว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ