posttoday
กสิกรไทยแนะลงทุน 3 ระยะสั้น รอย่อแถว 1,350-1,370

กสิกรไทยแนะลงทุน 3 ระยะสั้น รอย่อแถว 1,350-1,370

21 กันยายน 2558

หลังจากที่ตลาดจับจ้องและรอคอยมานาน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (เวลา 04.00 น. ของวันที่ 18 ก.ย. 2558) ผลการประชุม FOMC ก็เฉลยออกมาเป็นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกบี้ยไว้ที่ 0-0.25% ต่อไป ด้วยเสียง 9 ต่อ 1

หลังจากที่ตลาดจับจ้องและรอคอยมานาน เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา (เวลา 04.00 น. ของวันที่ 18 ก.ย. 2558) ผลการประชุม FOMC ก็เฉลยออกมาเป็นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกบี้ยไว้ที่ 0-0.25% ต่อไป ด้วยเสียง 9 ต่อ 1

ภายหลังจากที่การประชุมสิ้นสุดลง เฟดได้ออกแถลงการณ์ถึงสาเหตุที่ยังต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำต่อไป เพราะเฟดยังมีความกังวลต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังจะเข้าสู่จุดสมดุลแล้วก็ตาม โดยสถานการณ์เศรษฐกิจโลกในช่วงที่ผ่านมายังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะกดดันเศรษฐกิจและเงินเฟ้อของสหรัฐ อย่างไรก็ดี เฟดยังคงคาดการณ์ว่าการใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายที่เหมาะสมจะช่วยให้เศรษฐกิจสามารถขยายตัวได้ในระดับปานกลาง ทั้งนี้ เฟดมองว่าตลาดแรงงานและอัตราเงินเฟ้อกำลังค่อยๆ ปรับเข้าสู่เป้าหมายของเฟด

อย่างไรก็ตาม เฟดยังเปิดช่องในการขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ (กรรมการเฟด 13 จาก 17 คน คาดว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ ปรับลดลงจากช่วงก่อนหน้าที่มี 15 คน คาดว่าจะขึ้นในปี 2558) ซึ่งการตัดสินใจว่าจะปรับอัตราดอกเบี้ยเมื่อใดนั้น เฟดระบุย้ำว่าตลาดแรงงานและเงินเฟ้อต้องปรับตัวดีขึ้นจนทำให้เฟดมั่นใจว่าเศรษฐกิจจะเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ โดยเฟดคาดหวังว่าเงินเฟ้อจะปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมาย 2% และอัตราว่างงานจะลงสู่ 4.8%

หลังการประชุมเฟดเสร็จสิ้น ความเคลื่อนไหวในตลาดเงินกลับไม่มีปฏิกิริยารุนแรง US Dollar Index ทรงตัวอยู่แถว 94.6 จุด (ระหว่างวันมีการเหวี่ยงแข็งค่าไปที่ 95.4 จุด) อาจเป็นเพราะตลาดคาดไปก่อนล่วงหน้าแล้วว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะเห็นได้จาก US Dollar Index อ่อนค่าลงมากว่า 1% ในช่วง 2 วันก่อนหน้า เช่นเดียวกับการเคลื่อนไหวของสกุลเงินหลักๆ ทั่วโลก สกุลยูโรนิ่งอยู่กับที่ 1.14 เหรียญสหรัฐ/ยูโร หลังแข็งค่ามาในช่วงวันที่ 16-17 ก.ย. 2558 กว่า 1.5% ส่วนเงินบาทเองก็ยังค้างอยู่ที่ 35.75 บาท/เหรียญสหรัฐ (เงินบาทเริ่มแข็งค่ามา 6 วันติดต่อกันกว่า 1.22%)

แต่ทางด้านตลาดตราสารหนี้กลับมีปฏิกิริยาที่ค่อนข้างผันผวน เพราะในช่วงก่อนหน้านี้นักค้าตราสารหนี้ส่วนใหญ่มองว่า เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย พอเฟดไม่ขึ้น US 10 Y Bond Yield ก็หักลงมา 2.3% สู่ 2.18% เช่นเดียวกับ Bond ระยะสั้น 1 ปี จากที่พุ่งขึ้นไปที่ 0.46% ก็หดกลับมาที่ 0.38%

เช่นเดียวกับปฏิกิริยาจากตลาดทุนทั่วโลก หลังจากมีการปรับเพิ่มขึ้นรับข่าวกันไปล่วงหน้า (ดัชนีดาวโจนส์ขึ้นทำจุดสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2558 และ SET Index ฟื้นตัวในช่วงวันที่ 15-17 ก.ย. 2558 กว่า 1.34%) พอถึงวันที่ 18 ก.ย. 2558 ตลาดหุ้นทั่วโลกก็เริ่มชะลอการปรับเพิ่มขึ้นและพลิกกลับมาปรับลง ตามแรงขายทำกำไร Sell on Fact ซึ่งในส่วนของ SET Index มีโอกาสที่จะย่อตัวตามแรงขายทำกำไรดังกล่าว จนดัชนีอาจต้องลงมาตั้งฐานกันใหม่ที่บริเวณ Expected PER ปี 2559 ที่ 13.3-13.5 เท่า คิดเป็นระดับดัชนีได้ที่ 1,350-1,370 จุด ถัดจากนั้นดัชนีน่าจะค่อยๆ ปรับเพิ่มขึ้น ตามความคาดหวังต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในประเทศ ก่อนจะมาผันผวนกันอีกครั้งในช่วงเดือน พ.ย. จากความกังวลว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15-16 ธ.ค. 2558

กลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย KS แนะนำกลยุทธ์การลงทุนแบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยเริ่มจากระยะสั้นรอการย่อตัวของ SET Index ที่ 1,350-1,370 จุด ก่อนจะสะสมหุ้นที่น่าจะมีผลประกอบการดีในงวด 4Q58 และมีปัจจัยพื้นฐานหนุน เช่น กลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรม CENTEL MINT AOT กลุ่มสื่อสาร ADVANC INTUCH ตามมาด้วย ระยะกลาง เน้นหุ้นที่จะได้ประโยชน์จากมาตรการของภาครัฐ แบ่งเป็น
กลุ่มรับเหมาฯ CK PYLON กลุ่มค้าปลีก HMPRO GLOBAL CPN กลุ่มการเงิน AEONTS และสุดท้ายระยะยาว เลือกหุ้นที่จะฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ กลุ่มธนาคารฯ SCB TCAP และกลุ่มอสังหาฯ PS AP

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี