
ปตท.จุดแข็งห่วงโซ่ธุรกิจยาว ‘บิ๊ก’ลั่นหุ้นมีโอกาสเห็น 300 บาท
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกย่ำอยู่บริเวณ 45 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาพักใหญ่ๆ นักวิเคราะห์ใหญ่ฟันธงเปรี้ยง ราคามีโอกาสลงไปลึกถึง 20 เหรียญสหรัฐ ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่โอเปก มองข้ามช็อตไปปี 2563 มีโอกาสเห็น 80 เหรียญสหรัฐ จึงต้องลุ้นว่าราคาน้ำมันจะเลือกข้างไหนดี เพราะมีความสำคัญต่อภาวะเศรษฐกิจและตลาดหุ้น เนื่องจากมีผลต่อเนื่องถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์และกลุ่มพลังงานที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือมาร์เก็ตแคปใหญ่ โดยเฉพาะบริษัท ปตท. (PTT)
ขณะนี้เกิดคำถามขึ้นมาว่า หุ้น PTT จะมีโอกาสขึ้นไปกว่า 300 บาท หรือไม่ จากที่เตาะแตะแถวๆ 250 บาท หากราคาน้ำมันลดลงไปอีก รวมถึงการทำธุรกิจไม่ง่ายเหมือนที่ผ่านมา อาจจะกดดันราคาหุ้นลงไปอีก นักลงทุนจะซื้อเพื่อรอรับเงินปันผลที่ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝากจะคุ้มเสี่ยงหรือไม่
จึงต้องสอบถามข้อมูลเพื่อหาโอกาสในการลงทุนในหุ้น ปตท. จาก “สรัญ รังคสิริ” ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. ซึ่งเชื่อมั่นว่าราคาหุ้น PTT ในอนาคตมีโอกาสกลับไปที่ระดับ 300 บาท ได้แน่นอน ด้วยปัจจัยพื้นฐานธุรกิจของบริษัท
“ตอนนี้ราคาหุ้น PTT ลดลงมาต่ำมากหากเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน PTT มีจุดแข็งสำคัญเรื่องห่วงโซ่ธุรกิจที่ยาว ขณะที่ธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นหรือสำรวจและผลิตของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เป็นธุรกิจบางส่วนของ PTT เท่านั้น”
ในส่วนธุรกิจที่เหลือยังสามารถทำกำไรเติบโตได้อย่างสม่ำเสมอจากแหล่งที่มาของฐานรายได้และกำไรของบริษัท มีการกระจายตัวที่ดีทั้งธุรกิจเทรดดิ้งก๊าซธรรมชาติ โรงกลั่น ปิโตรเคมี ไฟฟ้า ค้าปลีก รวมถึงธุรกิจที่ขยายออกไปลงทุนในต่างประเทศ
กำไรของบริษัทในแต่ละปี จะมาจากธุรกิจน้ำมันประมาณ 30% ที่มีผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ลดลง ส่วนกำไรอีก 70% กระจายไปในธุรกิจอื่นๆ ส่วนหลักมาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายก๊าซธรรมชาติที่ยังทำกำไรได้
ถ้าหากแยกผลการขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน (Stock Loss) ภาพโดยรวมความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานยังสม่ำเสมอเป็นปกติ ส่วนกำไรสุทธิของบริษัทต่อปีเชื่อว่ายังมีโอกาสกลับขึ้นไปในอดีตที่ 1 แสนล้านบาทได้ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของราคาน้ำมันในอนาคต ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัท
กรณีนโยบายของรัฐบาลที่มีผู้มองว่าจะเปิดให้ธุรกิจพลังงานในประเทศมีความเสรีจะส่งผลกระทบ ลดภาพการผูกขาดของ PTT ยืนยันว่าปัจจุบันธุรกิจของ PTT เกือบจะไม่มีการผูกขาดดำเนินธุรกิจและมีการแข่งขันปกติกับผู้ประกอบการราย อื่นๆ ตามกฎหมายผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 7
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสัดส่วนการถือหุ้น PTT ของนักลงทุนต่างชาติเหลือน้อยลงมาก จากความกังวลความไม่มั่นใจธุรกิจผลิตและสำรวจ จะโดนผลกระทบราคาน้ำมันที่ลดลง แต่ด้วยห่วงโซ่ธุรกิจของบริษัทที่ยาวถือเป็นจุดแข็งหนึ่งที่น่าจะช่วยสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนต่างชาติให้มีโอกาสมาลงทุนถือหุ้น PTT และหากต่างชาติจะกลับลงทุนในไทยเมื่อความมั่นใจต่อเศรษฐกิจไทยและของโลกกลับมา PTT ถือว่ามีความพร้อมเพราะเป็นผู้นำธุรกิจพลังงานในประเทศไทย







