posttoday
เออีซีส่งผลดีต่อโลจิสติกส์-ที่อยู่อาศัย

เออีซีส่งผลดีต่อโลจิสติกส์-ที่อยู่อาศัย

21 กันยายน 2558

รายงานฉบับล่าสุดของซีบีอาร์อี “ASEAN Economic Community - A Boost to South East Asia’s Real Estate Market” จัดทำโดยแผนกวิจัยของซีบีอาร์อี คาดการณ์ว่า ความต้องการและปริมาณพื้นที่อุตสาหกรรมและพื้นที่สำนักงานในประเทศอาเซียนส่วนใหญ่จะพุ่งสูงขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง เนื่องจากธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง หรือเอสเอ็มอี และบริษัทข้ามชาติจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นในภูมิภาค

รายงานฉบับล่าสุดของซีบีอาร์อี “ASEAN Economic Community - A Boost to South East Asia’s Real Estate Market” จัดทำโดยแผนกวิจัยของซีบีอาร์อี คาดการณ์ว่า ความต้องการและปริมาณพื้นที่อุตสาหกรรมและพื้นที่สำนักงานในประเทศอาเซียนส่วนใหญ่จะพุ่งสูงขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง เนื่องจากธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง หรือเอสเอ็มอี และบริษัทข้ามชาติจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นในภูมิภาค

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ธุรกิจโลจิสติกส์นั้นเป็นที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตและมีการพัฒนามากขึ้นในอาเซียน เป็นผลมาจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี มีแผนแม่แบบการจัดการที่มุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการลดมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี (Non-Tariff Barriers) แบบค่อยเป็นค่อยไประหว่างประเทศสมาชิกด้วยกัน

การเติบโตของภาคอุตสาหกรรมย่อมสนับสนุนให้เกิดความต้องการพื้นที่สำนักงานเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากจะมีบริษัทข้ามชาติเริ่มเข้ามาสู่ตลาดมากขึ้น และธุรกิจเอสเอ็มอีในภูมิภาคก็จะขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจให้บริการด้านการเงินและด้านกฎหมายในประเทศเกิดใหม่ อาจจะเติบโตไปตามการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เพิ่มมากขึ้น และแผนการเปิดเสรีของตลาดทุนในภูมิภาค

นอกจากนี้ ยังเป็นที่คาดการณ์ว่า บริษัทค้าปลีกต่างชาติจะเข้ามาในตลาดอาเซียนมากขึ้น ต่อเนื่องจากเดิมที่ได้วางแผนไว้ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สำหรับการท่องเที่ยวนับเป็นจุดเด่นของชาติสมาชิกอาเซียน เพราะแผนแม่แบบการจัดการของเออีซีมุ่งเน้นการขยายระบบการขนส่งภาคพื้นดินและทางอากาศ รวมทั้งขยายความร่วมมือระดับภูมิภาคในการดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในภูมิภาคมากขึ้น

เดสมอนด์ ซิม หัวหน้าแผนกวิจัย ซีบีอาร์อี ประจำสิงคโปร์และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า ถึงแม้จะมีอุปสรรคและข้อจำกัดหลายประการที่อาเซียนจำเป็นต้องก้าวข้ามไปให้ได้ แต่ก็เป็นที่คาดการณ์ว่า ภูมิภาคนี้จะยังคงเป็นทำเลที่น่าสนใจสำหรับธุรกิจต่างๆ และอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ ด้วยการเปิดเออีซีเพื่อส่งเสริมการพัฒนาประเทศในอาเซียนให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

ขณะที่อุปสรรคต่อการเติบโตของตลาดอาเซียนนั้นมีด้วยกันหลายประการ ข้อจำกัดประการหนึ่ง ก็คือ การขาดนโยบายด้านการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่จะมาช่วยส่งเสริมนโยบายการลงทุนเสรีและการเคลื่อนย้ายทุน บ่อยครั้งที่นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์พบข้อจำกัดในเรื่องการถือครองที่ดินโดยชาวต่างชาติและเรื่องระยะเวลาการเช่าที่สั้น ดังนั้นการทบทวนนโยบายการถือครองที่ดินโดยชาวต่างชาติของแต่ละประเทศอาจเป็นสิ่งที่จำเป็น

หลายฝ่ายที่จับตามองตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังคงมองว่าการไหลเข้ามาของเงินทุนสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์นั้นเป็นเรื่องที่ดี การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ในอาเซียนทำสถิติเงินทุนไหลเข้าถึงราว 1 ล้านล้านบาท ระหว่างปี 2548-2557 และสำหรับในช่วงห้าปีที่ผ่านมาคือปี 2553-2557 จีนขึ้นครองตำแหน่งนักลงทุนอันดับ 1 ในตลาดอาเซียนด้วยสัดส่วนถึง 29% ของปริมาณการลงทุนทั้งหมดในอาเซียน หรือราว 1.59 แสนล้านบาท

ขณะที่สิงคโปร์เป็นอันดับ 2 ด้วยเงินลงทุนราว 1.53 แสนล้านบาท คิดเป็น 28% ของเงินลงทุนทั้งหมดในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้การลงทุนระหว่างประเทศที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นในอาเซียนนั้น เกิดขึ้นพร้อมกันกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในด้านการกระจายตัวของเงินทุนโลกที่เข้ามาในกลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหมดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีความหลากหลายในอาเซียนทำให้นักลงทุนมีโอกาสทางด้านการลงทุนที่กว้างขึ้น ดังนั้นการลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ของอาเซียนจึงเป็นที่คาดว่าจะมีการเติบโต เนื่องจากนักลงทุนมองหาตลาดที่เป็นทางเลือกสำหรับพอร์ตการลงทุนอสังหาริมทรัพย์

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ