
กองอสังหาฯคลังสินค้ายังแจ่ม
กสิกรไทย มั่นใจกอง อสังหาฯ คลังสินค้าและโรงงานแนวโน้มดี WHAPF เตรียมปันผล
กสิกรไทย มั่นใจกอง อสังหาฯ คลังสินค้าและโรงงานแนวโน้มดี WHAPF เตรียมปันผล
นายเขมชาติ สุวรรณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า ธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าในประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้น และจะช่วยเพิ่มโอกาสให้กองทุนรวมอสังหา ริมทรัพย์ที่มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าวสามารถสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอจากสัญญาเช่าระยะยาว
“ปัจจัยบวกที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง 2558 สามารถ ฟื้นตัวได้ดีขึ้น จะมาจากการเร่งดำเนินมาตรฐานกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐต่างๆ อาทิ การเร่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่คาดว่าจะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น การสนับสนุนกลุ่มธุรกิจรายย่อย รวมถึงมาตรการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในกลุ่ม ผู้มีรายได้น้อยผ่านกองทุนหมู่บ้าน” นายเขมชาติ กล่าว
พร้อมกันนี้ นายเขมชาติ กล่าวอีกว่า กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม แฟคทอรี่แอนด์แวร์เฮ้าส์ ฟันด์ (WHAPF) กำหนดจ่ายปันผลสำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่
วันที่ 1 พ.ค.-31 ก.ค. 2558 ให้ผู้ถือหน่วยลงทุนที่มีรายชื่ออยู่ในสมุดทะเบียนของวันที่ 15 ก.ย. 2558 ในอัตรา 0.1524 บาท/หน่วย มูลค่ารวม 143.11 ล้านบาท โดยจ่ายปันผลวันที่ 28 ก.ย. 2558
ในปัจจุบัน กองทุน WHAPF ถือครองทรัพย์สิน 17 โครงการ ประกอบด้วย คลังสินค้า ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงานให้เช่า โดยกองทุนยังคงมีรายได้อย่างสม่ำเสมอ และตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในปี 2553 รวมการจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้ มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 7% ต่อปี
นายเขมชาติ กล่าวว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจไทยปัจจุบันที่อยู่ในภาวะชะลอตัวลง โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 การส่งออกลดลงอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าตลอดทั้งปีนี้จะติดลบ 1.7% รวมถึงผลกระทบเชิงลบจากการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ ทำให้ภาคอุตสาหกรรมเติบโตลดลง และส่งผลให้อัตราการเช่าเฉลี่ยในเขตอุตสาหกรรมอยู่ที่ระดับ 89%
“อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การลงทุนของกองทุน WHAPF นั้น ได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยปัจจุบันกองทุนยังมีอัตราการเช่าพื้นที่อยู่ประมาณ 97% ของพื้นที่เช่าทั้งหมด ซึ่งถือว่าเป็นอัตราการเช่าที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง เนื่องจากกลุ่มลูกค้าหลักของกองทุนมีพื้นฐานที่มั่นคงทั้งทางด้านการเงินและผลการดำเนินงาน” นายเขมชาติ กล่าว
นอกจากนี้ นายเขมชาติ กล่าวอีกว่า ยังเป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์ด้วยการคงระดับค่าเช่าไว้ เพื่อรักษาฐานลูกค้าและผลการดำเนินงานของกองทุนไม่ให้ได้รับผลกระทบมากนัก ในช่วงเวลาที่
ทั้งเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกต่างชะลอตัวลง
ทั้งนี้ ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ในปัจจุบันกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) ที่มีนโยบายลงทุนในคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า 15 กองทุน มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 6.48% ต่อปี โดยมี 12 กองทุนที่มีผลตอบแทนมากกว่า 6%







