
‘พีเออี’มั่นใจฐานะพ้นเกณฑ์เพิกถอน
PAE ดิ้นถูกเพิกถอน ยึดธุรกิจหลัก ก๊าซธรรมชาติ-น้ำมัน มั่นใจส่วนผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่าศูนย์
PAE ดิ้นถูกเพิกถอน ยึดธุรกิจหลัก ก๊าซธรรมชาติ-น้ำมัน มั่นใจส่วนผู้ถือหุ้นไม่ต่ำกว่าศูนย์
นางอุไรรัตน์ บุญอากาศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีเออี (ประเทศไทย) หรือ PAE เปิดเผยว่า บริษัทมีแนวทางแก้ไขฐานะการเงิน เพื่อมิให้ถูกเพิกถอนหลักทรัพย์ โดยมุ่งเน้นสายงานให้บริการธุรกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติและปิโตร เคมีเป็นหลัก
บริษัทมีสัญญาระยะยาวให้บริการก่อสร้างสาธารณูปโภคและการปรับปรุงซ่อมบำรุงแท่นขุดเจาะน้ำมันบนบก จากลูกค้ารายใหญ่ที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการสำรวจแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ตลอดจนได้ต่อสัญญาระยะยาวให้บริการประกอบติดตั้งอุปกรณ์ให้เช่าเครื่องมืออุปกรณ์ และส่งคนงานไปทำงานบนแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกลางทะเล จากลูกค้ารายใหญ่ต่างประเทศที่มีแท่นขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย รวมทั้งการขยายงานทางด้านการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (Non Destructive Testing) ซึ่งดำเนินการโดยบริษัทย่อย ทำให้รายได้หลักของบริษัทมาจากบริการด้านอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็หลัก
อย่างไรก็ตาม ต้นปี 2558 เศรษฐกิจทั่วโลกรวมทั้งไทยไม่สดใส อุตสาหกรรมเกี่ยวกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอยู่ในภาวะตกต่ำจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้ผู้ประกอบกิจการด้านการสำรวจและขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สำคัญชะลอการลงทุน
ดังนั้น มีผลให้การขยายตัวด้านรายได้ของบริษัทอยู่ในวงจำกัด ไม่สามารถสร้างรายได้มากพอที่จะชดเชยรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่ขาดหายไป
ขณะเดียวกัน มั่นใจว่าภาวะอุตสาหกรรมเกี่ยวกับน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ตลอดจนอุตสาหกรรมด้านปิโตรเคมีจะกลับมาเจริญรุ่งเรืองอีกในไม่ช้านี้ เนื่องจากเป็นสินค้าอุปโภคที่มีความสำคัญ ในตลาด
โลก คาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะกลับมาขยายตัวได้ดีขึ้นตามภาวะอุตสาหกรรมดังกล่าว และส่งผลบวก ให้ฐานะการเงินและสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทดีขึ้น
กรรมการผู้จัดการ กล่าวถึงการแก้ไขส่วนของผู้ถือหุ้นว่า ไม่ให้ต่ำกว่าศูนย์ แก้ไขโดยเพิ่มทุนขายผู้ถือหุ้นเดิม จำนวน 5,541 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 0.20 บาท และเสนอขายบุคคลในวงจำกัด (PP) 2,000 ล้านหุ้น คาดได้รับเงิน 1,500 ล้านบาท ที่จะเพิ่มขึ้นในส่วนของผู้ถือหุ้น ทำให้ไม่ต่ำกว่าศูนย์ ณ สิ้นปีนี้แน่นอน อีกทั้งทำให้มีสภาพคล่อง นำเงินไปใช้ขยายกิจการตามที่วาง แผนไว้
สำหรับฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2558 ส่วนผู้ถือหุ้นติดลบ 8 ล้านบาท ขาดทุนสะสม 2,033 ล้านบาท หนี้สินหมุนเวียน สูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียน 145 ล้านบาท
กรรมการผู้จัดการ กล่าวอีกว่า สาเหตุจากขาดทุนต่อเนื่อง 2-3 ปีที่ผ่านมา จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างอาคาร ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ 60-70% ของรายได้รวม มีต้นทุนก่อสร้างสูงกว่ามูลค่างานตามสัญญาและการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญของโครงการ เป็นผลกระทบจากอุทกภัยครั้งใหญ่ปลายปี 2544 ทำให้วัสดุก่อสร้างขาดแคลน มีราคาสูง ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น รวมทั้งค่าแรงขั้นต่ำปี 2555 ทำให้ต้นทุนแรงงานก่อสร้างสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งปี 2557 ได้ยุติสายงานรับเหมาก่อสร้างแล้ว







