posttoday
คลื่นลูกใหม่ ‘อินฟินิท’ เร่งปั้นแบรนด์อสังหาฯ

คลื่นลูกใหม่ ‘อินฟินิท’ เร่งปั้นแบรนด์อสังหาฯ

18 กันยายน 2558

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

ที่อยู่อาศัยถือเป็นปัจจัยสี่ที่สำคัญของมนุษย์ ซึ่งมีความต้องการอยู่อย่างต่อเนื่องและไม่สิ้นสุด แต่จากสภาวะเศรษฐกิจผันผวนจึงทำให้รูปแบบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

ปัจจุบันจึงเห็นโครงการรูปแบบคอนโดมิเนียมเกิดให้เห็นหลากหลายผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด มาพร้อมกับเกมการตลาดที่แข่งขันกันรุนแรง เพื่อดันยอดขายให้เข้าเป้า ซึ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ย่อมได้เปรียบแต่ก็ใช่ว่าจะผูกขาดตลาดได้ เนื่องจากทำเลและรูปแบบการพัฒนาโครงการที่ต่างกัน จึงทำให้รายขนาดกลางและเล็กยังเดินหน้าพัฒนาโครงการได้  

กรวิกา กอวรกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินฟินิท เรียล
เอสเตท ผู้บริหารโครงการแฮปปี้ คอนโด แฮปปี้ โฮม และแฮปปี้ วิลล์ กล่าวว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้นอยู่ในสายเลือดของตัวเองก็ว่าได้ เนื่องจากคุณพ่อ สุรพล กอวรกุล ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เริ่มพัฒนาอสังหาฯ มาตั้งแต่ปี 2527  เวลาผ่านมานาน 30 ปี  ซึ่งได้เห็นตั้งแต่วัยเยาว์จนได้เริ่มมาสานต่อธุรกิจในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

“เมื่อเข้ามาทำงานในช่วงแรกๆ เปรียบเสมือนเป็นเงาของคุณพ่อก็ว่าได้ คุณพ่ออยู่ตรงไหน เราก็ต้องอยู่ตรงนั้น เขานั่งห้องประชุม เราก็นั่งประชุมด้วย เข้ามาทำงานตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2556 ปัจจุบันทำงานมาได้ 2 ปีกับ 2 เดือนแล้ว เริ่มจากคุณพ่อให้ดูพวกเอกสารให้ผ่านมือก่อน ให้อ่านเอกสารก่อน หากไม่เข้าใจแล้วให้ถาม บางทีระหว่างการประชุมก็ไม่มีเวลามาก ก็ต้องจดๆ ข้อสงสัยและไปคุยกันนอกรอบก็มี ในช่วงที่ได้เข้ามาทำงานนั้นบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนา 7-8 โครงการ จึงได้มีการเรียนรู้งานไปพร้อมๆ กัน ตั้งแต่โครงการเริ่มต้นระหว่างเจรจาซื้อที่ดิน โครงการนี้กำลังออกแบบอยู่ระหว่างการก่อสร้างจนไปถึงโครงการกำลังจะเริ่มโอน มีส่วนช่วยทำให้เรียนรู้งานได้เร็วขึ้น” กรวิกา กล่าว

ขณะเดียวกัน พยายามนำเอาประสบการณ์ที่คุณพ่อนั้นมีมาบวกกับสิ่งที่ได้เรียนรู้มาพัฒนาต่อยอดได้ จึงไม่ได้คิดว่าตัวเองเด็กเกินไปในการเข้าสู่วงการอสังหาฯ เนื่องจากได้มีบทบาทในการแสดงความคิดเห็นในการพัฒนาโครงการ  การร่วมออกแบบโครงการ ความท้าทายในเวลานี้ คือแนวางการพัฒนาโครงการในรุ่นของคุณพ่อได้ทำมาดีแล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไป จะต้องดีกว่าในแง่ของการเติบโตของบริษัทจะต้องมั่นคงยั่งยืน ยิ่งในช่วงหลังๆ คุณพ่อจะเข้าออฟฟิศเฉลี่ย 2 วัน/สัปดาห์ จะเข้าประชุมเฉพาะบอร์ดที่สำคัญ แต่ในเรื่องของรายละเอียดการบริหารงานนั้นได้เริ่มวางมือ จึงเป็นโอกาสที่จะได้แสดงฝีมือ 

โจทย์สำคัญในเวลานี้คือ ต้องเร่งสร้างชื่อเสียงของบริษัท อินฟินิท เรียลเอสเตท ให้เป็นที่รู้จักว่า พัฒนาโครงการในชื่อแฮปปี้ คอนโด แฮปปี้ โอม แฮปปี้ วิลล์ พร้อมๆ กับพัฒนาแบรนด์ใหม่ๆ ออกมาสู่ตลาดที่สื่อให้เห็นถึงความสุขที่ไม่จำเป็นจะต้องยึดติดกับคำว่าแฮปปี้เพียงอย่างเดียว  พร้อมกับจะเดินหน้าพัฒนาโครงการที่หลากหลายมากขึ้น โดยไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องเป็นโครงการจับตลาดระดับแมส หากเป็นคอนโดราคาขายอยู่ที่ 5-6 หมื่นบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) แต่โครงการระดับราคาเกิน  1 แสนบาทขึ้นไป ก็ต้องมองโอกาส เนื่องจากตลาดบนนั้นยังโตได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปลายปี 2558 นี้ ซึ่งจะเกิดการเคลื่อนที่ของแรงงานต่างชาติ จะทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยมีมากขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะบริเวณใจกลางธุรกิจอย่างถนนสุขุมวิท เหมือนว่าหากเราจะไปซื้ออสังหาฯ ในต่างประเทศก็เช่นกัน จำเป็นที่จะต้องเลือกในเมืองที่สุดก่อน เพราะไม่รู้จะเป็นอย่างไร และโครงการที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองนั้นแทบจะไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ  

เมื่อเร็วๆ นี้บริษัทได้ไปร่วมออกงานอภิมหกรรมบ้าน คอนโดฯ และสินเชื่อแห่งปี 2015 ช่วงกลางเดือน ส.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งได้เก็บข้อมูลพบว่า ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยเกิน 60% ยังให้ความสนใจที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ ตอนเหนือ โดยเฉพาะบริเวณดอนเมือง จึงพบว่าความต้องการบ้านเดี่ยวนั้นมีอยู่มาก โดยเฉพาะตลาดบ้านเดี่ยวราคา 2 ล้านบาท/หลัง แต่ที่ดินที่จะถูกนำมาพัฒนาได้นั้นต้องมีราคาไม่เกิน 2 หมื่นบาท/ตารางวา (ตร.ว.) ซึ่งนับวันจะหาได้ยากเต็มที

นอกจากนี้ การพัฒนาโครงการนั้นต้องหันมาให้ความสำคัญเรื่องบริการหลังการขายที่ต้องดูแลมากขึ้น  อย่างเช่น โครงการแฮปปี้ คอนโด ลาดพร้าว 101 ห้องชุดขนาด 36 ตร.ม. นั้น สามารถปล่อยเช่าได้เดือนละ 1.2 หมื่นบาท จากราคาขายเริ่มต้นที่ 1.7 ล้านบาท ถือว่าได้ผลตอบแทนการลงทุนมากถึง 9% ต่อปี  ปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีลูกค้ามาซื้อโครงการที่บริษัทสร้างเสร็จแล้วไปเพื่อการลงทุนมีมากขึ้น อย่างเช่น เข้ามาซื้อ 2-4 ห้อง เพื่อลงทุนปล่อยเช่าเริ่มมีให้เห็นมากขึ้น ขณะที่โครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างเริ่มเปิดขายนั้น จะจำกัดการซื้อโดยให้ลูกค้าจองโครงการจริงไม่เกิน 2 ยูนิต เนื่องจากเกรงว่าจะประสบปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน หลังจากที่โครงการก่อสร้างเสร็จแล้วต้องส่งมอบโครงการ

สำหรับในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ บริษัทเตรียมพัฒนาคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ ในชื่อโครงการแฮปปี้ คอนโด ดอนเมือง เดอะ เทอร์มินัล บนพื้นที่ 9 ไร่ จำนวน 5 อาคาร ความสูง 8 ชั้น รวมทั้งสิ้น 1,065 ยูนิต พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 24 และ 28 ตร.ม. ราคาเริ่มต้นที่ 1.39-1.99 ล้านบาท มูลค่าโครงการกว่า 2,000 ล้านบาท จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน ต.ค.นี้ คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในช่วงต้นปี 2559   โดยจะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าวัยทำงานช่วงอายุ 25-35 ปี ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมที่ 60% อีก 40% เป็นโครงการแนวราบ

ขณะเดียวกันยังมีแผนรีโนเวตปรับปรุงโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ โครงการดอนเมือง พลาซ่า โดยได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น แฮปปี้ อเวนิว ดอนเมือง บนพื้นที่กว่า 5 ไร่ครึ่ง จำนวน 4 ชั้น มูลค่าการลงทุนกว่า 400 ล้านบาท โดยมีพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด 9,900 ตร.ม. ปัจจุบันมียอดจองพื้นที่เช่าแล้วประมาณ 60%   

ที่ผ่านมาได้มีโครงการที่พัฒนาไปแล้ว ได้แก่ แฮปปี้ โฮม รามอินทรา 101 แฮปปี้ โฮม แจ้งวัฒนะ-หลักสี่ แฮปปี้ วิลล์ ดอนเมือง พาร์ค เพลินจิต แฮปปี้ คอนโด ลาดพร้าว 101 แฮปปี้ คอนโด รัชดา 18 แฮปปี้ คอนโด หลักสี่-ดอนเมือง และแฮปปี้ คอนโด ดอนเมือง

อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานในช่วง 8 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำรายได้กว่า 800 ล้านบาท จากเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 1,100 ล้านบาท โดยรายได้หลักมาจากสินค้ากลุ่มคอนโดมิเนียม 64% และทาวน์โฮม 36% ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ในส่วนของยอดขายช่วง 8 เดือน บริษัทมียอดขายแล้ว 800 ล้านบาทเช่นกัน จากเป้าหมายทั้งปีที่ 1,800 ล้านบาท

ธุรกิจอสังหาฯ ไม่เหมือนธุรกิจอื่นซึ่งจะต้องทำการบ้านเยอะ มองตลาดให้ดีมีข้อมูลวิจัยและแผนการตลาดที่แม่นยำ  เพราะการลงเงินไปกว่าจะคืนทุนกลับมา เหมือนกับการปลูกข้าวต้องใช้เวลา หากวางแผนงานผิดพลาดอาจมีผลต่อสภาพคล่องรายได้ที่พลาดเป้า

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ