posttoday
ก้าวย่างสมาร์ทไอดีกรุ๊ป ตามรอยยักษ์เกาหลี ‘มินิซัมซุง’

ก้าวย่างสมาร์ทไอดีกรุ๊ป ตามรอยยักษ์เกาหลี ‘มินิซัมซุง’

18 กันยายน 2558

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

จับตาก้าวรุกบริษัท สมาร์ทไอดี กรุ๊ป ซึ่งผันตัวจากผู้รับจ้างผลิตสินค้าไอที สู่การปั้นแบรนด์สินค้าของตัวเอง และเตรียมก้าวย่างเข้าตลาดหลักทรัพย์ พร้อมทั้งวางเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำตลาดสินค้าไอทีและเครื่องใช้ไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียนในปี 2563

พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี กรรมการผู้จัดการบริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป ผู้คิดค้นและพัฒนาสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอที ภายใต้แบรนด์ anitech, nobi, monovativ และ Pentagonz กล่าวว่า บริษัทได้ดำเนินธุรกิจมาแล้ว 15 ปี เริ่มจากการเป็นผู้รับจ้างผลิตให้ผู้ประกอบการไอทีรายใหญ่ และเริ่มสร้างแบรนด์ของตัวเองปีนี้เป็นปีที่ 10

สำหรับแผนงานของบริษัทวางเป้าหมายใหญ่ที่จะเป็นผู้นำตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าและไอทีในภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2563 ก่อนบุกจีนและเอเชีย ดังนั้นนับจากนี้จึงต้องทำตลาดเชิงรุกอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุนในการขยายธุรกิจ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในปี 2559 รวมถึงการขยายไลน์สินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้น นอกจากสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับไอที เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

นอกจากนี้ ยังต้องเร่งขยายตลาดในประเทศอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันที่บริษัทเข้าไปทำตลาดในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา เมียนมา ลาว และเวียดนามแล้ว โดยมองการเปิดตลาดในประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซียซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ขึ้น ด้วยการร่วมทุนและซื้อกิจการของผู้ประกอบการในประเทศนั้นๆ พร้อมวางเป้าหมายจะเพิ่มไลน์สินค้าจากปัจจุบัน 500 เอสเคยู เป็นไม่ต่ำกว่า 2,000 รายการ

อัญชลี พรมอ่วม รองประธานบริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า การหันมาสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเอง เนื่องจากมองว่าแนวโน้มตลาดคอมพิวเตอร์เริ่มเติบโตลดลง ขณะที่ตลาดอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง หรือแกดเจ็ต ยังคงเติบโตตามการเติบโตของตลาดดีไวซ์ อาทิ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต จึงต้องขยายไลน์สินค้าและปั้นแบรนด์เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน

“เราเริ่มส่งออกเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา และได้รับการตอบรับดีมากจากตลาดซีแอลเอ็มวี เพราะเรามีทีมงานไปร่วมสร้างตลาดกับคู่ค้า แต่ยังเป็นการทำตลาดที่จำกัดอยู่ในเมืองใหญ่ ดังนั้นจากนี้จะเริ่มขยายไปยังจังหวัดต่างๆ ของประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี พร้อมตั้งสำนักงานในแต่ละประเทศเพื่อรุกตลาดมากขึ้น ควบคู่กับการขยายตลาดประเทศใหม่ๆ เพิ่มขึ้น” อัญชลี กล่าว

พิชเยนทร์ กล่าวต่อว่า เป้าหมายยอดขายของบริษัทในปีนี้อยู่ที่ 190 ล้านบาท แต่หลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปีหน้า คาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ล้านบาท จากการขยายตลาดต่างประเทศ การขยายไลน์สินค้าใหม่ รวมถึงลงทุนซื้อกิจการในประเทศไทยด้วย

จากแผนงานที่วางไว้ ทำให้ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการปรับปรุงและพัฒนาทั้งภายในและภายนอก เพื่อรองรับเป้าหมายดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบหลังบ้าน การเพิ่มคลังสินค้าใหม่ โดยปัจจุบันมีไลน์ผลิตสินค้าปลั๊กไฟที่บางบอน ซึ่งได้รับการส่งเสริมการลงทุนแล้ว ส่วนสินค้าแกดเจ็ต ไอที บริษัทนำเข้าจากพันธมิตรในประเทศจีนที่ผลิตสินค้าภายใต้คุณภาพของบริษัท และจะเน้นการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันสินค้าของบริษัทแบ่งเป็นกลุ่มคอมพิวเตอร์แอกเซสซอรี่สัดส่วน 35% กลุ่มโมบายแอกเซสซอรี่ 20% ที่เหลือเป็นปลั๊กไฟและเกมมิ่งดีไวซ์  ซึ่งการจะผลักดันยอดขายให้แตะ 1,000 ล้านบาท ต้องกระโดดไปสู่ธุรกิจใหญ่ที่มีมูลค่าตลาดมากขึ้น เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน

“เรามองโมเดลธุรกิจจะเป็น มินิ ซัมซุง ที่เริ่มจากจุดเล็กๆ แต่สามารถแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ในตลาดโลกได้ โดยจะเน้นความหลากหลายของสินค้าและความแข็งแรงด้านดีไซน์ ควบคู่กับการทำตลาด” พิชเยนทร์ กล่าวปิดท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์