posttoday
ก้าวไป' ขอขึ้นผู้นำ ซอฟต์แวร์เพื่อการศึกษา

ก้าวไป' ขอขึ้นผู้นำ ซอฟต์แวร์เพื่อการศึกษา

18 กันยายน 2558

สตาร์ทอัพไทยที่มีแนวคิดแปลกใหม่และต้องการสร้างสิ่งใหม่ให้แก่ธุรกิจการศึกษาของประเทศไทย กับ Prinya เป็นโครงการที่ทำร่วมกับ Google ต่อมากำลังพัฒนาสมาร์ท คาร์ด โดยแต่ละโครงการเป็นสิ่งใหม่ในประเทศไทย กับ บริษัท ก้าวไป และจะทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สตาร์ทอัพไทยที่มีแนวคิดแปลกใหม่และต้องการสร้างสิ่งใหม่ให้แก่ธุรกิจการศึกษาของประเทศไทย กับ Prinya เป็นโครงการที่ทำร่วมกับ Google ต่อมากำลังพัฒนาสมาร์ท คาร์ด โดยแต่ละโครงการเป็นสิ่งใหม่ในประเทศไทย กับ บริษัท ก้าวไป และจะทำให้การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“อมรินทร์ ชุติธนารัตน์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ก้าวไป เปิดเผยว่า บริษัทมีความสนใจพัฒนาซอฟต์แวร์ด้านการศึกษา เพราะเป็นตลาดที่มีความน่าสนใจและมีผู้ประกอบการในไทยสนใจซอฟต์แวร์ด้านการศึกษาในระดับน้อย อีกทั้งซอฟต์แวร์ด้านการศึกษาในประเทศไทยหลายแห่งมีการใช้งานที่ไม่สะดวกนัก

ผลิตภัณฑ์แรกที่ได้คิดค้นสู่ตลาด คือ Prinya โดยเป็นโครงการร่วมพัฒนากับ Google โดย Prinya สามารถใช้งานในสถาบันการศึกษาทุกแห่งและองค์กรต่างๆ เพราะที่ผ่านมาสถาบันการศึกษาจะประสบปัญหาโครงสร้างไอทีไม่เชื่อมโยงกัน แต่ Prinya คือ โปรแกรมบริหารจัดการข้อมูลนักเรียน นักศึกษา อาจารย์  และสื่อการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษา ทำให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ภายในสถาบันการศึกษาตั้งแต่หน้าบ้านไปจนถึงหลังบ้านต่อเนื่องถึงอีเมล

รวมทั้งทำให้การใช้งานสะดวกและมีระบบการประมวลผลรวดเร็ว รวมถึงส่งผลดีต่อทั้งอาจารย์และนักเรียนสามารถเชื่อมโยงระบบ Prinya ผ่านมือถือได้ทันที ไปจนถึงตรวจสอบข้อมูลของอาจารย์ ห้องเรียน และข้อมูลที่อาจารย์ส่งให้นักเรียน รองรับการส่งการบ้าน การให้คะแนน รวมถึงให้เกรด และรวมถึงเชื่อมโยงกับ Google Apps for Education

ในปัจจุบันได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษาหลายแห่งทดลองใช้ระบบแล้ว ผลการใช้งานทำให้ทั้งนักเรียนและอาจารย์มีความสะดวก ประหยัดเวลา รวมถึงทำให้การใช้งานดิจิทัลเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้ใช้งานและทำให้การเรียนเกิดขึ้นได้ต่อเนื่องตลอดวัน

สำหรับการพัฒนาระบบใหม่ สิ่งที่ยากนอกจากจะมาจากการคิดค้นแล้วยังมีความยากที่ทำให้กลุ่มลูกค้าเปลี่ยนมาใช้ Prinya เพราะหลายสถาบันการศึกษายังมุ่งใช้ระบบแบบเดิม แต่เชื่อว่าลูกค้าหลักใน กทม. จะชื่นชอบกับสินค้าโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ หลังจากนี้จะขยายตลาดสู่ต่างจังหวัด

“อมรินทร์” กล่าวต่อว่า โครงการใหม่ที่บริษัทกำลังดำเนินการผลิตออกมาสู่ประเทศไทยคือ สมาร์ท คาร์ด (Smart Cart) โดยเป็นรถเข็นอัจฉริยะที่มีการบรรจุซอฟต์แวร์ต่างๆ ไว้ภายใน สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการใช้งานสมาร์ท คาร์ด แบบเคลื่อนที่ ทั้งในห้องเรียนและสถานที่ต่างๆ ที่มีคนจำนวนมาก ทำให้ห้องนั้นกลายเป็นดิจิทัลออนไลน์ได้ทันที โดยเชื่อมโยงทั้งอินเทอร์เน็ต ไว-ไฟ และสื่อทีวี วิดีโอต่างๆ

ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าที่ต้องการสมาร์ท คาร์ด จะเป็นสถาบันการศึกษาต่างๆ และกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยบริษัทกำลังออกแบบและรูปแบบต่างๆ คาดว่าจะพร้อมนำเข้ามาทำตลาดภายในปี 2559

“อมรินทร์” กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นต้องมีการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มให้แก่ประเทศไทย รวมทั้งมุ่งให้บริการที่ดีแก่ลูกค้า รวมทั้งต้องการทำให้ซอฟต์แวร์ที่ผลิตและคิดค้นมีคุณภาพและการเลือกมุ่งตลาดการศึกษา เชื่อว่าบริษัทมีข้อได้เปรียบกว่าคู่แข่งรายอื่นๆ โดยเฉพาะบริษัทต่างชาติที่จะไม่เข้าใจคนไทยได้อย่างแท้จริง

อีกทั้งการทำตลาดในช่วงแรกจะให้ลูกค้าได้ทดลองใช้สินค้าก่อน เพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักและรู้ว่าสินค้าสามารถตอบโจทย์และแก้ปัญหาของลูกค้าที่กำลังประสบได้ รวมทั้งสามารถปรับรูปแบบให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าได้

“บริษัทกำลังก้าวสู่ปีที่สามของการทำธุรกิจ โดยจะมุ่งพัฒนาขยายตลาดลูกค้าและสินค้าใหม่ โดยการลงทุนในช่วงแรกที่เปิดบริษัทประมาณ 1-3 ล้านบาท มาจากเงินทุนส่วนตัวและมีหุ้นส่วนมาลงทุน  จึงอยากแนะนำผู้ที่กำลังเริ่มทำธุรกิจสตาร์ทอัพควรใช้เงินทุนส่วนตัวจะดีสุด รวมทั้งต้องมีการบริหารตลาด ดูแลค่าใช้จ่าย และทำให้เข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด” อมรินทร์ กล่าว

ในอนาคตบริษัทได้วางเป้าหมายจะสร้างองค์กรให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดการศึกษาของประเทศไทย ภายใต้การนำเสนอสินค้าที่มีความแตกต่าง มีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าและการบริการที่ดี

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ