posttoday
เวียดนาม 2578 วิสัยทัศน์ใหม่ทะยานชาติ

เวียดนาม 2578 วิสัยทัศน์ใหม่ทะยานชาติ

18 กันยายน 2558

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ขณะที่ไทยกำลังเดินหน้าร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) ซึ่งเป็นแผน 5 ปี เวียดนามกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำรายงานเวียดนาม 2578 หรือ Vietnam 2035 เพื่อเป็นแนวทางและวิสัยทัศน์ของประเทศระยะ 20 ปี

หากย้อนรอยดูสถานการณ์เศรษฐกิจและสังคมที่ผ่านมาของเวียดนาม ต้องยอมรับว่าเวียดนามเป็นประเทศที่เติบโตได้อย่างน่าสนใจประเทศหนึ่งของอาเซียน ประเทศที่มีประชากรราว 90 ล้านคนประเทศนี้ สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของตัวเอง และแก้ปัญหาต่างๆ ได้ดีอย่างที่ประเทศอื่นอาจไม่สามารถทำได้ พัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านต่างๆ จนมีทักษะสูงขึ้นมาก ทำให้หลายต่อหลายคนมองว่า เวียดนามอาจกลายเป็น “เสือตัวใหม่” ของภูมิภาค

ข้อมูลของธนาคารโลก ระบุว่า ในปี 2557 เวียดนามมีขนาดจีดีพี 1.86 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตจากปี 2556 ประมาณ 6% มีอัตราเงินเฟ้อเพียง 4% จากที่เคยเกิดวิกฤตอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงถึง 21% ในปี 2554

ขณะที่การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ไหลเข้าเวียดนามก็สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2557 มีสะสมแล้ว 2.52 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ด้านอัตราการเติบโตของดัชนีการผลิตอุตสาหกรรมก็ยังโตได้ 7.6%

ล่าสุด สันทีป มหาจัน นักเศรษฐศาสตร์ระดับสูงของธนาคารโลก วิเคราะห์ในงานอภิปรายรายงานเวียดนาม 2578 ของสถาบันสังคมศาสตร์แห่งเวียดนาม ว่า หากเวียดนามต้องการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาในปีดังกล่าว จำเป็นต้องดำเนินการใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ 1.เพิ่มการเติบโตของผลิตภาพแรงงาน 2.สร้างความเท่าเทียม และ 3.สร้างสมดุลระหว่างธรรมาภิบาลและความเจริญทางเศรษฐกิจ

เริ่มจาก 1.เพิ่มการเติบโตของผลิตภาพแรงงาน เขาวิเคราะห์ว่า ปัจจัยดังกล่าวมีเรื่องที่ต้องทำทั้งระยะสั้นสู่ระยะกลาง คือ การให้ความสำคัญกับการพัฒนาทุนมนุษย์ เพิ่มประสิทธิภาพกลไกตลาด สร้างเครือข่ายกับห่วงโซ่การผลิตทั่วโลก พัฒนาภาคเกษตรกรรมให้ทันสมัย รวมถึงระยะกลางสู่ระยะยาว คือ พัฒนานวัตกรรมให้ตอบโจทย์ความต้องการองค์กร พัฒนาระบบการวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) ให้ความสำคัญกับแรงงานฝีมือ

2.สร้างความเท่าเทียม เป็นความท้าทายหนึ่งที่ต้องแก้ผ่านนโยบายการศึกษา การบริการสุขภาพ กลไกและการบังคับใช้กฎหมายด้านแรงงาน สวัสดิการอื่นๆ เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่เท่าเทียมทางชาติพันธุ์ ศาสนา ผู้พิการ แรงงานข้ามชาติ ความแตกต่างทางเพศ การสร้างความเท่าเทียมจะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการเติบโตของประชากรชนชั้นกลางในยุคเศรษฐกิจและตลาดใหม่

3.สร้างสมดุลระหว่างธรรมาภิบาลและความเจริญทางเศรษฐกิจ การจัดการและแสดงความรับผิดชอบมีผลอย่างยิ่งต่อสมดุลของธรรมาภิบาลและความเจริญทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ไปถึงปี 2578 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เวียดนามต้องฟื้นฟูรัฐ สร้างความเข้มแข็งในการทำงานร่วมกันระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐ และกระชับความสัมพันธ์อย่างเข้มแข็งระหว่างภาคประชาสังคมและภาครัฐ

สันทีป บอกอีกว่า เป้าหมายที่เวียดนามควรจะบรรลุให้ได้ในปี 2578 นั้น เช่น จีดีพีต่อหัว 1.5 หมื่นเหรียญสหรัฐ สัดส่วนภาคเกษตรกรรมลดลงเหลือน้อยกว่า 10% ของจีดีพี และน้อยกว่า 25% ของการจ้างงาน

ทั้งนี้ เวียดนามมีปัญหา “คอขวด” หลายประการ ทั้งในมิติสังคมและเศรษฐกิจ เช่น ปัญหาผลิตภาพแรงงานต่ำ ขาดแคลนนวัตกรรมและระบบความคิดสร้างสรรค์ รวมถึงยังไม่มีกระบวนการไปสู่ชุมชนเมืองที่เหมาะสม

สำหรับผลิตภาพแรงงานของเวียดนาม แม้จะเติบโตขึ้นมากแล้ว แต่แรงงานทั้งในภาครัฐและภาคเอกชนเวียดนามยังมีผลิตภาพต่ำกว่าหลายประเทศในภูมิภาค ปัญหาอย่างหนึ่ง คือ ธุรกิจและอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เช่น ธุรกิจธนาคาร ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจก่อสร้าง ยังบริหารจัดการคนได้ไม่มีประสิทธิภาพ ผลิตภาพธุรกิจธนาคารยังอยู่ในระดับ 0

นอกจากนี้ ธุรกิจเวียดนามกว่า 80% ยังจ้างคนไม่ถึง 50 คน การเข้าถึงปัจจัยต่างๆ ในการผลิตจึงยังประสบปัญหา ด้านนวัตกรรมก็เช่นกัน ภาคเอกชนของเวียดนามยังดำเนินธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจครัวเรือน ไม่สนใจเรื่องการวิจัย นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์

ขณะที่ปัญหาหลักของการก้าวเข้าสู่ชุมชนเมืองนั้น คือ ปัญหาที่ดิน รอบๆ เมืองใหญ่อย่างฮานอยและโฮจิมินห์ซิตี้ ไม่ได้มีเมืองลูกข่ายที่เชี่ยวชาญด้านต่างๆ เป็นพิเศษ เป็นปัญหาที่ขัดขวางการเติบโตของชุมชนเมือง เช่นเดียวกับประเทศไทย

สันทีป แนะนำว่า เวียดนามอาจต้องปฏิรูปหลายด้านเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ทลายคอขวดที่มีอยู่ เช่น แก้ปัญหาผลิตภาพด้วยการมีนโยบายการจัดการทุน

ทั้งนี้ เวียดนามได้เปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นถึงอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้าของเวียดนาม บ้างต้องการให้ข้าวของเวียดนามเป็นที่รู้จักในตลาดโลกและกลายเป็นผู้นำในตลาดเอเชีย บ้างต้องการให้คุณภาพการศึกษาของเวียดนามเทียบเท่าและสามารถแข่งขันกับสิงคโปร์ได้ บ้างต้องการให้การบริหารจัดการของภาครัฐเป็นระบบและมีความยุติธรรมมากขึ้น

แม้ขณะนี้การจัดทำรายงานเวียดนาม 2578 จะยังไม่เสร็จสิ้น แต่เชื่อได้ว่าหากทุกฝ่ายในเวียดนามมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาประเทศเวียดนามไปพร้อมกัน จะทำให้ประเทศดังกล่าวกลายเป็นประเทศที่มีบทบาทโดดเด่นประเทศหนึ่งของอาเซียนอย่างแน่นอน ไทยซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการจัดทำแผนใหม่และกำลังมุ่งหน้าปฏิรูป จำเป็นต้องวางแผนและแนวทางปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไป

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี