
สั่งยกอันดับการค้า-ลงทุนไทย
"สมคิด"สั่งยกอันดับไทยในเวทีโลก ให้คลังเป็นหัวเรือสรุปงานร่วมเอกชน ชง"บิ๊กตู่"ใน 1 เดือน
"สมคิด"สั่งยกอันดับไทยในเวทีโลก ให้คลังเป็นหัวเรือสรุปงานร่วมเอกชน ชง"บิ๊กตู่"ใน 1 เดือน
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมว่าด้วยการอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ (Business Easing) ร่วมกับนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ และผู้แทนภาคเอกชน โดยย้ำว่า รัฐบาลต้องดูแลอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนให้ภาคเอกชน โดยให้กระทรวงการคลังเป็นแม่งาน จัดการประชุมติดตามรับฟังความเห็นข้ออุปสรรคด้านการค้าการลงทุนจากภาคเอกชน ร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และเสนอข้อสรุปเบื้องต้นให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาใน 1 เดือน
ในช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับการอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน (Doing Business) โดยธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เพิ่มขึ้นไม่มากนัก และจำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการสนับสนุนการค้าและการลงทุน เริ่มตั้งแต่การขออนุญาตเริ่มต้นทำธุรกิจ ไปจนถึงขั้นตอนประกาศล้มละลาย และบังคับคดี ซึ่งที่ผ่านมาความล่าช้ามีสาเหตุหลักๆ มาจาก 1.ขั้นตอนราชการเกี่ยวข้องกับหลายกรม กระทรวง และ 2.บางขั้นตอนก็ยังมีกระบวนการที่ไม่จำเป็นที่ต้องแก้ไขหรือตัดทอนออก เช่น กฎระเบียบ หรือกฎหมายบางอย่าง
"ที่ผ่านมา รัฐบาลดำเนินการเรื่องนี้มาตลอด แต่ยังขาดการสื่อสารเพื่อสร้างความมั่นใจออกไปยังนักลงทุน โดยคาดว่าหลังจากนี้ การสำรวจความคิดเห็นของสำนักงานกฎหมายบริษัทเอกชนต่างๆ โดยเวิลด์แบงก์ในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. 2559 จะส่งผลให้การจัดอันดับของประเทศไทยปรับเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันในปี 2015 ที่อยู่ที่อันดับ 26" นายสมคิด กล่าว
นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า คลังจะเร่งปรับปรุงกระบวนการสนับสนุนให้เกิดการค้าการลงทุนที่คล่องตัวขึ้น ในส่วนที่ติดขัดข้อกฎหมายต้องแก้ไข หรือไม่ก็ต้องมีการออกกฎหมายใหม่ เพื่อทำให้ขั้นตอนต่างๆ ง่ายขึ้น โดยการประสานงานร่วมกับภาครัฐและเอกชนจากนี้ทุกๆ 2 สัปดาห์
นางอรรชกา กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ดำเนินการลดขั้นตอนให้ภาคธุรกิจหลายเรื่อง เช่น การขออนุญาตจัดตั้งโรงงาน หรือการขอใบอนุญาตมาตรฐานอุตสาหกรรม ที่อาจต้องลดขั้นตอนให้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิม
ทั้งนี้ จากข้อมูลของเวิลด์แบงก์ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา หรือระหว่างปี 2011-2015 พบว่าในกลุ่ม 10 ประเทศอาเซียน มีเพียงไทยเป็นประเทศเดียวเท่านั้นที่มีอันดับลดต่ำลง จากที่ 19 ลดลงไปอยู่อันดับที่ 26 ส่วนเวียดนาม คงที่ในอันดับ 78 ขณะที่มาเลเซียขยับจากอันดับที่ 21 เป็น 18 และอินโดนีเซียขยับจากอันดับที่ 121 เป็น 114







