
ระยะสั้นชะลอลงทุน หุ้นทั่วโลก
ปัจจัยเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงนี้ แนะนำชะลอการลงทุนระยะสั้นในหุ้นทั่วโลก ขายทำกำไรหุ้นไทยที่แนวต้าน 1,400-1,420 จุด และเข้าพักเงินในกองทุนตลาดเงินหรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ถ้าเป็นการลงทุนระยะกลาง ส่วนการลงทุนระยะยาวแนะนำลงทุนในตลาดหุ้นยุโรป จีน และญี่ปุ่น กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แนะนำเข้าซื้อที่แนวรับ 1,360 จุด
ปัจจัยเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังคงเป็นแรงกดดันต่อตลาดหุ้นทั่วโลกในช่วงนี้ แนะนำชะลอการลงทุนระยะสั้นในหุ้นทั่วโลก ขายทำกำไรหุ้นไทยที่แนวต้าน 1,400-1,420 จุด และเข้าพักเงินในกองทุนตลาดเงินหรือกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ถ้าเป็นการลงทุนระยะกลาง ส่วนการลงทุนระยะยาวแนะนำลงทุนในตลาดหุ้นยุโรป จีน และญี่ปุ่น กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แนะนำเข้าซื้อที่แนวรับ 1,360 จุด
ตลาดหุ้นทั่วโลกยังมีแนวโน้มย่อตัว
รอจังหวะทยอยสะสมลงทุนระยะยาว
ตลาดหุ้นสหรัฐ : สัปดาห์นี้การประชุมเฟดน่าจะเป็นปัจจัยหลักของการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลก เรายังคงคาดว่าเฟดน่าจะรักษาคำพูดเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยอย่างน้อย 1 ครั้งในปีนี้ แต่ยังไม่น่าใช่ครั้งนี้ จึงแนะนำให้นักลงทุนชะลอการลงทุนในหุ้นสหรัฐในช่วงนี้ออกไปก่อน
ตลาดหุ้นจีน : นอกจากปัจจัยด้านการขึ้นดอกเบี้ยเฟดแล้ว ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่ออกมาตํ่ากว่าคาด ก็อาจสร้างความกังวลให้กับตลาดหุ้นจีนในช่วงนี้ แต่ด้วย P/E ที่ประมาณ 8 เท่าของตลาด Hang Seng บวกกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจของจีนที่ยังมีโอกาสโตได้อีกมาก เราจึงแนะนำทยอยลงทุนระยะยาวในกองทุนหุ้น H-Share
ตลาดหุ้นยุโรป : แม้ความกังวลเกี่ยวกับการนำเข้าที่หดตัวของจีนจะมีผลกับตลาดหุ้นทั่วโลก แต่ล่าสุดเยอรมนีก็ได้ออกมาประกาศตัวเลขการส่งออกที่ยังคงดีกว่าคาด บวกกับสภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวและ QE ของยุโรป ทำให้ในระยะยาวเรายังแนะนำทยอยลงทุนในหุ้นยุโรป
ตลาดหุ้นญี่ปุ่น : ตลาดญี่ปุ่นในช่วงนี้ยังคงผันผวนมากจากความกังวลด้านการส่งออก อย่างไรก็ตามรัฐบาลญี่ปุ่นก็ออกมายืนกราน หากพบอุปสรรคในการฟื้นตัวก็พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ทำให้ในระยะยาวเรายังแนะนำทยอยลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นเช่นกัน
การลงทุนในระยะสั้น-กลางในหุ้นไทยยังไม่น่าสนใจ
ล่าสุด TDRI ให้ความเห็นว่า ประเทศไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันไปมากทำให้ระยะสั้นและระยะกลางนั้น ประเทศไทยอาจจะประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ แต่การเชื่อมโยงกับประเทศกลุ่ม CLMV จะช่วยให้ไทยดีขึ้นได้ในระยะยาว ส่วน กนง.คงอัตราดอกเบี้ยตามคาดการณ์ ตลอดสัปดาห์นี้ SET ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideway-Sideway Down
ดังนั้น เราจึงแนะนำนักลงทุนชะลอการลงทุนในระยะสั้น-กลางในหุ้นไทยไปก่อนและสามารถขายทำกำไรได้ที่แนวต้าน 1,400-1,420 จุด แต่หากเป็นการลงทุนระยะยาวแล้วนักลงทุนยังสามารถลงทุนแบบ DCA ได้ ส่วน LTF/RMF แนะนำเข้าซื้อที่แนวรับ SET 1,360 จุด
ราคาทองคำผันผวน-ราคานํ้ามันมีแนวโน้มขาขึ้น
แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ FED สัปดาห์นี้กดดันราคาทองคำในสัปดาห์นี้ น่าจะมีความผันผวนได้ในกรอบแคบๆ ก่อนการประชุม FED ในวันพฤหัสบดีที่จะถึงนี้ โดยกรอบราคาทองคำที่เรามองในสัปดาห์นี้อยู่ที่ 1,100-1,125 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์
จำนวนแท่นขุดเจาะในสหรัฐจะลดลงมากกว่าที่คาดการณ์และปัญหาความไม่สงบในตะวันออกกลางเริ่มมีผลต่อราคาน้ำมัน คาดการณ์ว่าแนวโน้มราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้จะสามารถปรับตัวสูงขึ้นได้บ้าง เราจึงแนะนำให้ถือ แต่ให้จุด Cut Loss หากราคาตํ่ากว่า 46.5 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล







