
รอช้อนหุ้น ต.ค.ร่วงแรง
นักวิเคราะห์ชวนซื้อปีนี้รอดีดแรงปีหน้า ไทยพาณิชย์ให้เป้า 1,800 กรุงศรี 1,400-1,500
นักวิเคราะห์ชวนซื้อปีนี้รอดีดแรงปีหน้า ไทยพาณิชย์ให้เป้า 1,800 กรุงศรี 1,400-1,500
สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดมหกรรมวิเคราะห์การลงทุนประจำปี 2558 ภายใต้แนวคิด หาหุ้นเหมาะ เจาะลึกพื้นฐาน ฝ่าแรงเสียดทาน
นายพรเทพ ชูพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดในช่วงที่เหลือของปีนี้น่าจะผันผวน และมีความเสี่ยงที่จะลงไปทำจุดต่ำสุดทางเทคนิคที่ประมาณ 1,300 จุด ส่วนกรอบดัชนีสิ้นปี 2558 จะอยู่ที่ 1,400-1,450 จุด
สำหรับเป้าหมายดัชนีในปี 2559 คาดจะสูงถึง 1,800 จุด จากปัจจัยที่มีนัยสำคัญ เรื่องประเทศไทยจะเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ คาดมีโอกาสเห็นเม็ดเงินลงทุนรวม 2.2 ล้านล้านบาท ใน 7 ปีข้างหน้า ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาว ส่วนระยะสั้นจะมีกองทุนหมู่บ้าน 6 หมื่นล้านบาท ระยะกลางการลงทุนผ่านตำบลอีก 4 หมื่นล้านบาท และมาตรการช่วยเอสเอ็มอี
“ไตรมาส 4 นี้ ดัชนีมีโอกาสร่วงลงแรง ถือเป็นจังหวะทยอยเก็บหุ้น แนะนำกลุ่มท่องเที่ยว สายการบิน ธนาคารพาณิชย์ค้าปลีก รับเหมาก่อสร้าง รวมถึงกลุ่มวัสดุก่อสร้าง และสื่อสาร” นายพรเทพ กล่าว
นายทรงกลด วงศ์ไชย ผู้อำนวยการอาวุโส บล.กรุงศรี กล่าวว่า ช่วงที่เหลือของปีนี้ดัชนีจะแกว่งในกรอบแคบๆ และมีโอกาสจะลงไปต่ำสุดในเดือน ต.ค. ที่ 1,300 จุด และคาดว่าสิ้นปีนี้จะปิดที่ 1,425 จุด เนื่องจากกำไรของ บจ.ในไตรมาส 3 จะลดลงต่อเนื่องจากไตรมาส 2 เพราะผลขาดทุนสต๊อกในกลุ่มพลังงาน และกลุ่มธนาคารพาณิชย์อาจตั้งสำรองเพิ่มขึ้น รวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มขยับดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. ส่วนแนวโน้มในปี 2559 กรอบการขึ้นมีจำกัดระหว่าง 1,400-1,500 จุด จากเศรษฐกิจขยายตัวเพียง 3.2% และปัจจัยต่างประเทศยังกดดัน
นายเกรียงไกร ทำนุทัศน์ นักวิเคราะห์กลยุทธ์อาวุโส บล.เออีซี กล่าวว่า ได้ปรับเป้าดัชนีปีนี้จากเดิมที่ทำไว้ในเดือน ก.ค. ที่ 1,560 จุด เหลือ 1,500-1,280 จุด โดยในเดือน ต.ค.นี้ มีโอกาสที่จะลงไปต่ำสุด 1,280 จุด จากกำไรของ บจ.ลดลงต่อเนื่อง และเศรษฐกิจจีนปีหน้าโตต่ำกว่า 6%
สำหรับกลุ่มหุ้นที่น่าลงทุน นายรณกฤต สารินวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บล.คันทรี่ กรุ๊ป ยกให้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ เพราะมีสินทรัพย์ในมือหลายหมื่นล้านบาท และพี/อีต่ำ รวมถึงหุ้น บริษัท บ้านปู (BANPU) เนื่องจากมีปริมาณสำรองของเหมืองถ่านหินถึง 720 ล้านตัน สอดคล้องกับธนาคารโลกที่ระบุว่า ถ่านหินจะเป็นพลังงานหลักของโลกระยะยาวต่อไปในอนาคต และยังมีธุรกิจโรงไฟฟ้าปัจจุบันมีขนาด 1,300 เมกะวัตต์ และใน 2-3 ปี จะเพิ่มอีก 1,000 เมกะวัตต์
น.ส.จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการ บล.ฟินันเซียไซรัส แนะนำหุ้นปันผล บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) หุ้นที่เติบโตสูง บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) และหุ้นที่มีภูมิคุ้มกันสูง บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ (EA)
นายสมบัติ เอกวรรณพัฒนา ผู้อำนวยการ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) แนะนำหุ้นปันผลกองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย (SPF) จ่ายปันผลปีนี้ 6.6% ปีหน้า 7.1% และเงินปันผลเพิ่มขึ้นตามกำไร นโยบายจ่ายปันผลไม่เกิน 90% แต่จ่ายจริง 100%
แนวโน้มผลดำเนินงานดี จำนวนเที่ยวบินเพิ่มเป็น 50 เที่ยว/วันมาตั้งแต่เดือน พ.ย. 2557 และค่าธรรมเนียมลูกค้าต่างชาติมีการปรับขึ้นจาก 320 บาท เป็น 340 บาท ดีทั้งในแง่ปริมาณและรายได้ที่เพิ่มขึ้น
หุ้นที่มีการเติบโตแนะนำ ช.การช่าง (CK) ตามเมกะโปรเจกต์ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต การแข่งขันจะไม่สูง ไม่กดอัตรากำไรมากเหมือนที่ผ่านมา และหากไม่ได้ประมูลก็ไม่ต้องห่วงเพราะมีงานในมือถึง 8.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งรองรับการรับรู้รายได้ภายใน 2 ปี ขณะที่ยังมีงานเอกชนที่รอรับรู้รายได้อีก ทั้งเขื่อนพลังงานน้ำไซยะบุรี และการบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน หุ้นที่มีภูมิคุ้มกันดี คือ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) มีการขยายสาขาตลอด
น.ส.ธริศา ชัยสุนทรโยธินผู้อำนวยการอาวุโส บล.เคเคเทรด ให้หุ้นปันผลดี คือ บริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ (LPN) อัตราผลตอบแทน 5.2% ครึ่งปีหลังจะเติบโตมาก รายได้ไตรมาส 3 จะทำสถิติสูงสุด ปีนี้รายได้รวม 5,500 บาท มีสถานะสัดส่วนหนี้สินต่อทุน หรือ ดี/อี ต่ำเพียง 0.54 เท่า ฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
หุ้นที่มีการเติบโต บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) มีการเติบโตจากการขยายสาขาต่อเนื่องปีนี้ 1,100 สาขา อีก 5 ปี ขยาย 2,000 สาขา ไม่เคยพลาดเป้า และมียอดสมาชิกบัตร 10 ล้านคน ส่วนใหญ่ขายน้ำมันดีเซลที่มีค่าการตลาดที่ดีกว่าน้ำมันเบนซิน ส่วนหุ้นที่มีภูมิคุ้มกันดี คือ บริษัท ผลิตไฟฟ้า (EGCO)







