
อาร์ซีปลุกแบรนด์คืนชีพ
โดย...มาโก้
โดย...มาโก้
เป็นเครื่องดื่มในตำนานอีกหนึ่งตัว สำหรับ อาร์ซี โคล่า ที่กลับเข้ามาทำตลาดเชิงรุก หลังจากอยู่ในตลาดไทยมาร่วม 48 ปี ภายใต้ร่มเงาของบริษัท สากล เบเวอเร็ดจ์
ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ อาร์ซี โคล่า ไม่ได้ทำการตลาดในเชิงรุกมากนัก เหมือนแบรนด์ที่เพิ่งตื่นจากการหลับใหล โดยเฉพาะการสร้างแบรนด์ ทำให้ตราสินค้าเข้าไม่ถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากนัก ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของตลาดน้ำอัดลม แต่อาร์ซี โคล่า จะมีฐานลูกค้าที่เหนียวแน่นและรู้จักแบรนด์เป็นอย่างดีในกลุ่มอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป
สำหรับการกลับมาทำตลาดในครั้งนี้ของอาร์ซี โคล่า หากวางเป้าหมายจะขึ้นเป็นอันดับ 3 ของตลาดในปี 2560 จะด้วยการมียอดขาย 2,000 ล้านบาท จากปีที่แล้วที่มีรายได้รวม 800 ล้านบาท และสิ้นปีราว 900 ล้านบาท ต้องสร้างระบบกระจายสินค้า หน่วยรถ ที่แข็งแกร่งเทียบกับพอที่จะสามารถล้มเอส โคล่า ภายใต้ร่มเงาของเสริมสุขให้ได้
ขณะเดียวกัน ช่องทางจำหน่ายสินค้า ต้องวางให้ครอบคลุมทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นโมเดิร์นเทรดและร้านสะดวกซื้อ จากที่ผ่านมาน้ำอัดลมอาร์ซี โคล่า จะวางจำหน่ายในช่องทางร้านค้าปลีกรายย่อยเท่านั้น ซึ่งต้องทลายกำแพงทำให้สินค้าหาซื้อได้ง่าย เพราะเป็นเครื่องดื่มที่สามารถทดแทนได้ หากลูกค้าไม่เจอในตู้แช่ ก็พร้อมจะหันไปซื้อสินค้าคู่แข่งทันที
ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา อาร์ซี โคล่า รีเฟรชแบรนด์ใหม่เพื่อทำให้ภาพลักษณ์มีความทันสมัยยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถแข่งขันทัดเทียมกับแบรนด์ระดับโลกทั้งโค้ก เป๊ปซี่ เอส โคล่า หรือกระทั่งบิ๊ก โคล่า ซึ่งคงจะเห็นกลยุทธ์ปลุกปั้นแบรนด์ มุ่งเน้นการสื่อสารถึงการเป็นแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดมาจากอเมริกา เพื่อให้สมศักดิ์ศรีมีดีกรีสู้กับแบรนด์ระดับโลกได้
แน่นอนว่า กลยุทธ์การสื่อสารในครั้งนี้ เป็นโมเดลเดียวกับ ไบเล่ ที่หวนกลับมาทำตลาดและเน้นย้ำถึงการเป็นแบรนด์น้ำส้มจากอเมริกา เนื้อหาโฆษณาผ่านการสื่อสารถึงน้ำส้มในตำนาน เพื่อปลุกกระแสตลาดก่อน ขณะที่การทำสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง หรือทั้งมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง ก็เป็นกลยุทธ์สร้างแบรนด์ที่ต้องให้ความสำคัญ รวมทั้งการทำโปรโมชั่น ตลอดจนความหลากหลายของบรรจุภัณฑ์ ที่อาร์ซี โคล่า ต้องเค้นออกมาต่อกร
การปลุกชีพแบรนด์อาร์ซี โคล่า จะสำเร็จหรือไม่ ด้วยการใช้งบตลาด 50 ล้านบาท คงต้องจับตาการชิงตลาดน้ำอัดลมมูลค่าสูงถึง 4.4 หมื่นล้านบาท ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง จากปัจจุบันโค้กเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่งราว 50% ตามด้วยเป๊ปซี่ เอส โคล่า และบิ๊ก โคล่า
งานนี้ใครจะล้มใครต้องจับตาดู เพราะหนังม้วนนี้ท่าจะฟัดกันอีกนาน อยู่ที่สายป่านใครจะยาวกว่ากัน







