
ก้าวต่อไป ‘บรีท’ สยายปีกทั่วโลก
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
แบรนด์ไทยชื่อดังของศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ที่มุ่งสร้างดีไซน์ทุกสินค้า ผสมกับการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์ของกลิ่นเครื่องหอมที่แตกต่าง ทำให้แบรนด์ “บรีท” โด่งดังหลายประเทศและมีแฟนคลับหนาแน่น
“กมลนาถ เตชะพุทธพงศ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท อุ๊ปส์สตัฟฟ์ ผู้ประกอบการธุรกิจเครื่องหอมแบรนด์ “บรีท” (Breathe) เปิดเผยว่า แบรนด์ได้เข้ามาทำตลาดประมาณ 15 ปีที่ผ่านมา โดยได้เปิดช็อปแห่งแรกในประเทศไทย ที่ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 ตั้งแต่ปี 2555 เป็นเวลากว่า 4 ปีแล้ว และมีสาขาในต่างประเทศ ทั้งประเทศสิงคโปร์ จีน และเกาหลีใต้ รวมทั้งมีการส่งออกสินค้ากว่า 30 ประเทศทั่วโลก
“เราทำธุรกิจสองคน มีคุณนกุล เตชะพุทธพงศ์ ที่ร่วมทำธุรกิจและออกแบบดีไซน์สินค้าต่างๆ โดยลงทุนจากเงิน 3 แสนบาท และค่อยๆ ขยายธุรกิจ เรียนรู้ ได้เจอคู่ค้าที่ดี ช่วยแนะนำและขยายแบรนด์ให้เติบโตขึ้นอย่างมีทิศทางและมีเป้าหมาย ลูกค้ามาจากต่างประเทศ 90% และในประเทศ 10%” กมลนาถ กล่าว
“กมลนาถ” กล่าวต่อว่า แบรนด์ไม่ได้ขายเพียงกลิ่น แต่ขายดีไซน์ของสินค้า เพราะทุกบรรจุภัณฑ์ (แพ็กเกจจิ้ง) มีการคิดและออกแบบ ทำให้ได้แพ็กเกจจิ้งสวยงาม ดีไซน์เด่น และบริษัทตั้งใจและให้ความสำคัญกับการออกแบบในทุกรายละเอียดอย่างมาก ซึ่งมีแนวคิดอยากให้ทุกคนรู้สึกว่าเมื่อใช้สินค้าเหมือนนำสปามาอยู่ที่บ้านได้ โดยสินค้ามีกลิ่นหลัก 4 กลิ่น ได้แก่ กลิ่นดอกไม้ กลิ่นสมุนไพร กลิ่นไม้ และกลิ่นผลไม้
ขณะที่การพัฒนากลิ่นได้คิดค้นและพัฒนาเองทุกอย่าง ที่ศึกษากลิ่นแต่ละแบบจะมีผลต่อความรู้สึกของผู้บริโภคอย่างไร ทั้งกลิ่นสำหรับกลุ่มลูกค้าผู้หญิงและผู้ชาย พร้อมมุ่งการบริหารให้แก่ลูกค้าทุกคน และเปรียบเสมือนลูกค้าทุกคนคือเพื่อนและครอบครัว ส่วนพนักงานทุกคนก็ต้องทำงานในองค์กรอย่างมีความสุข
“ช่วงแรกที่ได้ทำแบรนด์ประมาณ 15 ปีก่อน เน้นส่งออกไปตลาดต่างประเทศ ไม่ได้มุ่งทำตลาดในประเทศ ในช่วง 5 ปีแรก ถือเป็นเด็กใหม่ทำธุรกิจ ไม่มีความรู้เรื่องธุรกิจ ต้องศึกษาข้อมูล ศึกษาเรื่องกลิ่น ต้องอดทน แต่เราได้ทำในสิ่งที่รัก เราชอบเรื่องกลิ่น อยากบอกคนที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจว่าอย่ามองแค่โอกาสของธุรกิจ แต่ต้องเป็นสิ่งที่รัก เปรียบเสมือนถ้าเป็นรักแท้ เราจะอดทน รอคอย และมุ่งมั่นต่อไป” กมลนาถ กล่าว
การทำธุรกิจในช่วง 15 ปี ประสบหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ แต่ให้เรียนรู้และค่อยๆ แก้ไขปัญหา ถือว่าธุรกิจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกน้อย เพราะมีลูกค้าประจำที่ซื้อสินค้า ทั้งลูกค้าคนไทยและต่างชาติ โดยต้องยึดมั่นกับคุณภาพของสินค้า รวมทั้งต้องมีการพัฒนาไม่หยุดนิ่ง
กมลนาถ กล่าวว่า เตรียมขยายสาขาเพิ่มในต่างประเทศ ทั้งประเทศจีนและประเทศในตะวันออกกลาง รวมถึงประเทศสิงคโปร์ที่จะเปิดสาขาเพิ่ม โดยการขยายสาขาในต่างประเทศจะอยู่ในรูปแบบแฟรนไชส์ไลเซนส์ โดยปัจจุบันมีสาขาในสิงคโปร์ 1 สาขา ที่ห้างใจกลางเมือง Vivo City ประเทศจีน 2 สาขา และเกาหลีใต้ 4 สาขา
รวมทั้งเตรียมเปิดแบรนด์ใหม่คือ กระเป๋า ทาอิ แบ็กลิสต์ (Tha-I bag list) โดยเป็นกระเป๋าที่มีกลิ่นและมีเอกลักษณ์ของความเป็นไทย โดยเปิดสาขาในศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 และเน้นทำตลาดผ่านออนไลน์
ส่วนปีหน้าจะเปิดโชว์รูมเอาต์เล็ตที่บริษัทและเป็นโรงงานผลิตสินค้าอยู่ที่รัชดาซอย 32 เพื่อเปิดให้ลูกค้าและคู่ค้าที่สนใจมาดูขั้นตอนการผลิตที่โรงงาน พร้อมกับทำการขายสินค้าผ่านออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบตามตลาดออนไลน์ที่เติบโต
สำหรับรายได้ของบริษัทในปีนี้ คาดว่าจะเติบโต 20% ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดของประเทศไทยที่รุนแรง แต่แบรนด์ “บรีท” มีเอกลักษณ์ มีคาแรกเตอร์ชัดเจน พร้อมมุ่งสร้างมาตรฐานของแบรนด์ให้สูงขึ้น
“คนรุ่นใหม่ที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจ ต้องหาความต่าง อดทน อย่าท้อ เรียนรู้มากขึ้น โดยทุกคนเรียนรู้ได้ อย่างเส้นทางสายไหม ที่มีมาเป็น 1,000 ปี ทุกคนค้าขายได้ โดยไม่ต้องเรียนในมหาวิทยาลัย แต่เราจะต้องขายสินค้าดี ซื่อสัตย์ และราคายุติธรรม” กมลนาถ กล่าว







