
เรื่องกล้วยๆ
ฟิลิปปินส์ เป็นผู้ส่งออก “กล้วย” รายใหญ่ที่สุดของเอเชีย มีตลาดหลักคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และนิวซีแลนด์
ฟิลิปปินส์ เป็นผู้ส่งออก “กล้วย” รายใหญ่ที่สุดของเอเชีย มีตลาดหลักคือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน และนิวซีแลนด์
ทว่า ตอนนี้ชาวสวนและผู้ส่งออกกล้วยแดนตากาล็อกรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาแล้ว เพราะมีประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเดียวกัน โดยเฉพาะ “เวียดนาม” กำลังเข้ามาชิงส่วนแบ่ง
สตีเฟ่น เอนติก ผู้อำนวยการบริหารของสมาคมผู้ส่งออกและผู้ปลูกกล้วยฟิลิปิโน หรือพีบีจีอีเอ บอกกับ เดอะ มะนิลา ไทมส์ ว่า ตอนนี้คนในวงการกล้วยกำลังวิตกว่าในที่สุดจะสูญเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับคู่แข่ง หากรัฐบาลไม่รุกเจรจากับประเทศคู่ค้าเพื่อขอลดภาษีนำเข้า
ขณะที่ฝั่งของผู้สังเกตการณ์ก็กังวลว่า กล้วยจะกลายเป็นสินค้าเกษตรชนิดต่อไปที่จะเสียตำแหน่งผู้นำตลาดในเวทีโลก หลังจากยอดการส่งออกน้ำตาล กาแฟ และน้ำมันมะพร้าว ลดลงไปแล้ว
ที่ผ่านมา ต้นทุนการผลิตกล้วยในฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้ยากที่จะรักษาปริมาณและคุณภาพของผลผลิต บริษัทข้ามชาติจำนวนหนึ่งกำลังคิดจะย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นที่มีนโยบายเป็นมิตรกับนักลงทุนมากกว่า ตอนนี้มีสมาชิกของพีบีจีอีเอบางส่วนได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าไปพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกกล้วยในเวียดนามแล้ว
สตีเฟ่น ให้ข้อมูลว่า ด้านการส่งออกนั้น ปัจจุบันผู้ซื้อกล้วยจากฟิลิปปินส์ต้องเสียภาษีศุลกากรประมาณ 10-40% ของมูลค่าสินค้า ซึ่งปัจจัยดังกล่าวเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ซื้อหันไปนำเข้ากล้วยจากคู่แข่งที่มีต้นทุนนำเข้าต่ำกว่าแทน
ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงการคลังของฟิลิปปินส์ ระบุว่า ในปี 2557 ญี่ปุ่นซึ่งเป็นคู่ค้ากล้วยรายใหญ่ของฟิลิปปินส์ นำเข้ากล้วยจาก 12 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เอกวาดอร์ กัวเตมาลา เปรู ไต้หวัน เม็กซิโก โคลัมเบีย ไทย คอสตาริกา จีน โมซัมบิก และโดมินิกัน
สำหรับคู่แข่งที่กำลังมาแรงอย่าง “เวียดนาม” นั้น ที่ผ่านมาปลูกกล้วยประมาณ 30 ชนิด ซึ่งบางพันธุ์มีเอกลักษณ์แตกต่างจากกล้วยที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่คุ้นเคย
พีบีจีอีเอ ระบุว่า เริ่มมีเสียงบอกว่าเวียดนามอาจจะทำให้การเพาะปลูกกล้วยกลายเป็นอุตสาหกรรม หมายความว่าในอนาคตจะหันมาปลูกกล้วยชนิดที่ตลาดโลกต้องการมากขึ้น
ปัจจุบันเวียดนามมีผลผลิตกล้วยประมาณ 1.4 ล้านเมตริกตัน/ปี และมีพื้นที่เพาะปลูกกล้วยประมาณ 19% ของพื้นที่ปลูกผลไม้ทั้งหมด ตลาดส่งออกหลัก คือ จีน สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ ซึ่งหันมานำเข้ากล้วยจากเวียดนามมากขึ้น แต่เวียดนามก็ยอมรับว่า ตอนนี้มีผลผลิตกล้วยไม่พอต่อการส่งออก







