posttoday
ปรับแผนอาเซียนสู้ศึกส่งออก

ปรับแผนอาเซียนสู้ศึกส่งออก

15 กันยายน 2558

พาณิชย์เตรียมปรับแผนตลาดอาเซียน หลังส่งออกตลาดมาเลเซีย-อินโดนีเซียทรุด

พาณิชย์เตรียมปรับแผนตลาดอาเซียน หลังส่งออกตลาดมาเลเซีย-อินโดนีเซียทรุด

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ กล่าวภายหลังประชุมย่อยร่วมกับอัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ในกลุ่มประเทศอาเซียน ว่า กระทรวงเตรียมทบทวนเป้าและปรับแผนการทำตลาดส่งออกในกลุ่มประเทศอาเซียนใหม่ เพื่อให้รองรับกับความผันผวนของสภาพเศรษฐกิจโลก ซึ่งส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ในอาเซียนด้วย

“เบื้องต้นหลังจากรับฟังรายงานตัวเลขการเติบโตการส่งออกของไทยไปยังตลาดอาเซียนแล้ว พบว่า มีอัตราการขยายตัวชะลอลง โดยเฉพาะตลาดมาเลเซียและอินโดนีเซียที่พบว่าติดลบค่อนข้างสูง จึงต้องมีการปรับแผนเพื่อผลักดันให้การส่งออกไปยังตลาดอาเซียนในปีหน้ากลับมาดีขึ้น” นายสุวิทย์ กล่าว

น.ส.วิชาดา ภาบรรเจิดกิจ อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย กล่าวว่า สถานการณ์การส่งออกของไทยไปยังมาเลเซียในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-ก.ค. 2558) ติดลบมากถึง 15.5% เนื่องจากสินค้าส่งออกที่มีมูลค่าสูงสุด 10 รายการแรก เช่น ยางพารา ชิ้นส่วนยานยนต์ และอัญมณีติดลบหมด

นอกจากนี้ มาเลเซียเองก็เผชิญปัญหารุมเร้าทั้งที่เกิดจากปัจจัยภายนอกและภายในประเทศตลอดทั้งปีนี้ เช่น ราคาน้ำมันลดลงไป 50% ส่งผลให้รายได้ของมาเลเซียลดลงตามไปด้วย เนื่องจากรายได้ 30% ของประเทศมาจากน้ำมัน เมื่อรายได้ของประเทศลดลงก็ส่งผลให้กำลังซื้อของคนในประเทศลดลงเช่นกัน

ขณะเดียวกัน ค่าเงินริงกิตของมาเลเซียตั้งแต่ปลายปี 2557 จนถึงปัจจุบัน ที่อ่อนค่าลงไปแล้วกว่า 30% ก็มีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยด้วยเช่นกัน เพราะค่าเงินริงกิตที่อ่อนค่าลงทำให้ผู้นำเข้าชาวมาเลเซียมีต้นทุนนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ มาเลเซียยังมีการเรียกเก็บภาษีสินค้าและบริการ (จีเอสที) ซึ่งคล้ายกับภาษีมูลค่าเพิ่มของไทยในอัตรา 6%

“ตัวเลขส่งออกไปมาเลเซียปีนี้ไม่อยากพูดถึง แต่จะติดลบมากหรือน้อยกว่าตัวเลข 7 เดือนนั้น คงต้องรอดูผลในช่วง 5 เดือนที่เหลือว่าจะสามารถเร่งเครื่องกลับมาได้แค่ไหน แต่มองแล้วคงยาก เพราะตลาดมาเลเซียเองก็มีหลายปัจจัยรุมเร้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่อยู่นอกการควบคุมของไทย” น.ส.วิชาดา กล่าว

สำหรับการลงทุนไทยในมาเลเซียนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนจากกลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่มีความพร้อม เช่น เครือเจริญโภคภัณฑ์ (เครือซีพี) และ ปตท. ขณะที่การลงทุนรายใหม่นั้นตอนนี้ยังน้อยมาก เนื่องจากมาเลเซียไม่ได้เป็นเจ้าของแหล่งวัตถุดิบเอง จึงไม่เหมาะกับการลงทุนอุตสาหกรรม ส่วนการลงทุนในกลุ่มเอสเอ็มอีนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นการเข้าไปลงทุนในลักษณะตั้งสำนักงานชั่วคราวเพื่อเป็นตัวแทนกระจายสินค้า หรือการให้บริการหลังการขาย เป็นต้น

ข้อมูลของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ระบุว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ มูลค่าการส่งออกไทยไปมาเลเซียอยู่ที่ 2.02 แสนล้านบาท ติดลบ 15.5% ขณะที่มูลค่าการส่งออกไทยไปอินโดนีเซียอยู่ที่ 1.52 แสนล้านบาท ติดลบ 17.2% โดยทั้งสองประเทศถือเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย และมีมูลค่าการส่งออกติดลบเป็นอันดับต้นๆ ในบรรดาตลาดส่งออกทั้งหมด

สำหรับสินค้าที่ส่งออกไปยังอินโดนีเซียลดลง ได้แก่ สินค้าอาหาร ลดลง 46.25% เมื่อเทียบกับช่วง 7 เดือนแรกของปี 2557 เม็ดและผลิตภัณฑ์พลาสติก ลดลง 21.3% ผลิตภัณฑ์ยางลดลง 20.21%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท