
สัญญาณไม่ดี
ยังคงต้องติดตามการเปิดประมูลซื้อข้าวขาว 25% ล็อตใหญ่ปริมาณ 7.58 แสนตัน ของหน่วยงานจัดซื้อข้าวฟิลิปปินส์ (เอ็นเอฟเอ) ในวันที่ 17 ก.ย.นี้ ว่าจะส่งสัญญาณต่อทิศทางราคาข้าวในช่วงที่เหลือของปีนี้อย่างไร และมีแนวโน้มที่ชัดเจนว่าเวียดนามจะดัมพ์ราคาข้าวลงมาขายแข่งทุกราคา
ยังคงต้องติดตามการเปิดประมูลซื้อข้าวขาว 25% ล็อตใหญ่ปริมาณ 7.58 แสนตัน ของหน่วยงานจัดซื้อข้าวฟิลิปปินส์ (เอ็นเอฟเอ) ในวันที่ 17 ก.ย.นี้ ว่าจะส่งสัญญาณต่อทิศทางราคาข้าวในช่วงที่เหลือของปีนี้อย่างไร และมีแนวโน้มที่ชัดเจนว่าเวียดนามจะดัมพ์ราคาข้าวลงมาขายแข่งทุกราคา
ในขณะที่กัมพูชาได้ตัดสินใจจะไม่เข้าร่วมประมูลข้าวครั้งนี้แล้ว เนื่องจากมีต้นทุนการผลิต การเก็บสต๊อกและขนส่งข้าวสูงกว่าข้าวจากเวียดนามและไทย โดยเลขาธิการสมาพันธ์ข้าวกัมพูชา (CRF) ระบุว่า “เอ็นเอฟเอต้องการข้าวคุณภาพดีและมีราคาถูก แต่กัมพูชาไม่สามารถแข่งขันด้านต้นทุนได้”
ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ประเมินว่า การประมูลข้าวล็อตนี้เวียดนามจะเป็นคู่แข่งรายสำคัญของไทยและคงต้องขึ้นอยู่กับกรมการค้าต่างประเทศ ที่จะเป็นผู้เสนอราคาขายข้าวของฝ่ายไทยว่าจะตัดสินใจขายข้าวขาว 25% เท่ากับหรือต่ำกว่าราคาข้าวของเวียดนามหรือไม่ โดยปัจจุบันข้าวขาว 25% ของไทยมีราคา 340-345 เหรียญสหรัฐ/ตัน ส่วนเวียดนามมีราคา 320-325 เหรียญสหรัฐ/ตัน ต่างกัน 20-25 เหรียญสหรัฐ/ตัน
“ไทยอาจต้องเสนอราคาเท่ากับเวียดนาม เพื่อนำคำสั่งซื้อส่วนนี้มารองรับผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะออกมา และแม้ว่าไทยจะเสนอขายข้าวต่ำกว่าเวียดนาม ก็เชื่อว่าจะไม่ทำให้ราคาข้าวในตลาดต่ำลงไปมากกว่านี้ เพราะขณะนี้ราคาข้าวในตลาดน่าจะถึงจุดต่ำสุดแล้ว แต่ถ้าจะให้ราคาข้าวปรับสูงขึ้นไปคงยาก” ชูเกียรติ ระบุ
ชูเกียรติ คาดว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังไม่มีสัญญาณว่าผู้นำเข้าข้าวอื่นๆ เช่น อินโดนีเซียและจีนจะนำเข้าข้าวเพิ่ม “ถ้าไม่มีมาตรการช่วยเหลือชาวนาในเรื่องของราคา ราคาข้าวในประเทศก็ขึ้นลำบาก” ชูเกียรติ กล่าว
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นเดือน ส.ค.จนถึงกลางเดือน ก.ย. พบว่าราคาข้าวขาว 5% ในตลาดโลกลดลงต่อเนื่อง โดยข้าวไทยลดลงจากระดับ 375-380 เหรียญสหรัฐ/ตัน เหลือ 340-350 เหรียญสหรัฐ/ตัน ข้าวเวียดนามจาก 340-350 เหรียญสหรัฐ/ตัน เหลือ 320-330 เหรียญสหรัฐ/ตัน ข้าวอินเดียลดจาก 385-395 เหรียญสหรัฐ/ตัน เหลือ 375-385 เหรียญสหรัฐ/ตัน และข้าวปากีสถานลดจาก 355-365 เหรียญสหรัฐ/ตัน เหลือ 315-325 เหรียญสหรัฐ/ตัน







