
ดอยคำบุกตลาด น้ำผลไม้เกรดเอ เป้าโตปีละ30%
ดอยคำชี้เทรนด์รักสุขภาพยังแรง ดันยอดขายน้ำมะเขือเทศโตพรวด เร่งบุกวางเป้า 5 ปี ยอดขาย 3,000 ล้าน
ดอยคำชี้เทรนด์รักสุขภาพยังแรง ดันยอดขายน้ำมะเขือเทศโตพรวด เร่งบุกวางเป้า 5 ปี ยอดขาย 3,000 ล้าน
นายพิพัฒพงศ์ อิศรเสนา ณ อยุธยา กรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร ในเครือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เปิดเผยว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาการบริโภคน้ำมะเขือเทศได้รับความนิยมอย่างมากจากกลุ่มผู้บริโภคทั้งชายและหญิง เนื่องจากมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวหน้าสดใสและช่วยป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมากในเพศชาย ส่งผลให้น้ำมะเขือเทศของบริษัทในปีที่ผ่านมาเติบโต 200% และคาดว่าปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 100%
สำหรับตลาดน้ำผลไม้ระดับพรีเมียมนั้นมีมูลค่า 6,000 ล้านบาท ขณะที่แบรนด์ดอยคำมีส่วนแบ่งการตลาด 16% ขณะที่น้ำมะเขือเทศมีสัดส่วนประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งดอยคำมีส่วนแบ่งการตลาด 80% ครองอันดับ 1 ซึ่งการทำตลาดในปีนี้จะเน้นกลยุทธ์เชิงรุกมากขึ้นโดยใช้งบการตลาด 30 ล้านบาท มีการทำโฆษณาบนป้ายในรถไฟฟ้าบีทีเอส ทำบัตรแรบบิทการ์ดดอยคำ และเปิดตัวน้ำมะเขือเทศ
สูตรม็อกเทลและสูตรโซเดียมต่ำ
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตน้ำผลไม้ 92 ตัน/วัน โดยได้มีการส่งเสริมให้เกษตรกรรายย่อยปลูกมะเขือเทศแล้วจำนวน 3,000 ราย โดยในปีหน้ามีแผนจะส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกเพิ่มขึ้นอีก 4,000 ราย รวมเป็น 7,000 ราย เฉลี่ย 2 คนหรือ 1 ครอบครัวมีการปลูกมะเขือเทศไม่เกิน 2 ไร่
ขณะเดียวกัน จะเริ่มบุกประเทศอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม จากปัจจุบันบริษัทส่งออกที่ 10% และจะขยายตลาดไปยังจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และไต้หวันมากขึ้น
นายพิพัฒพงศ์ กล่าวอีกว่า บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณาเพื่อทำแฟรนไชส์ เน้นให้ผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชนสามารถมีธุรกิจเป็นของตนเอง และสามารถนำสินค้าในชุมชนมาจำหน่ายร่วมภายในร้านได้ โดยปัจจุบันบริษัทมีสาขาที่เปิดดำเนินการเอง 30 แห่ง อยู่ในต่างจังหวัด 5 แห่ง และมีร้านค้าจำหน่ายน้ำผลไม้กว่า 1 หมื่นแห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่ออกเกณฑ์ใหม่ให้กับการทำธุรกิจเพื่อสังคม Social Enterprise (SE) หลังจากเกณฑ์ดังกล่าวผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
สำหรับปีที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายรวม 1,200 ล้านบาท ตั้งเป้าเติบโตเฉลี่ยปีละ 30% หรือ 1,500 ล้านบาท มาจากการขายน้ำผลไม้ 75% ที่เหลือมาจากผลไม้อบแห้ง 15% แยม แป้งถั่วเหลือง น้ำผลไม้เข้มข้น และน้ำผลไม้แช่แข็ง โดยตั้งเป้าในปี 2559 จะมียอดขาย 1,840 ล้านบาท โดยใน 3 ปีนับจากนี้จะมียอดขายรวม 3,000 ล้านบาท และภายใน 10 ปีข้างหน้าจะมียอดขายรวมไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาท







