
บาทอ่อนหนุนอสังหาฯไฮเอนด์ นักลงทุนต่างชาติกำไร2เด้ง
แนวโน้มค่าเงินบาทเมื่อเปรียบเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง
โดย...ยินดี ฤตวิรุฬห์
แนวโน้มค่าเงินบาทเมื่อเปรียบเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐยังคงอ่อนค่าต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลสืบเนื่องจากธนาคารกลางจีนใช้นโยบายลดค่าเงินหยวนลง และเศรษฐกิจสหรัฐมีสัญญาณที่แข็งแกร่งขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินในสกุลต่างๆ อ่อนลงทั้งภูมิภาค ขณะที่ค่าเงินบาท ณ วันที่ 14 ก.ย. ปิดตลาดที่ 36.03-36.05 บาท/เหรียญสหรัฐ และนับตั้งแต่ต้นปี 2558 ถึงปัจจุบัน ค่าเงินบาทอ่อนลงมาแล้วเกือบ 10% จากสิ้นปีอยู่ที่ 33.10-33.14 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งขณะนี้ฝ่ายวิจัยต่างๆ ประเมินว่ามีโอกาสที่จะอ่อนไปถึง 37 บาท/เหรียญสหรัฐได้ เช่น ทางฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส ประเมินแนวโน้มการอ่อนค่าของเงินบาทในปี 2559 ในช่วงไตรมาสแรกถึงไตรมาส 3 จะอยู่ที่ 36.50, 36.90 และ 37.40 บาท/เหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ เงินบาทที่อ่อนค่าจะเป็นประโยชน์ต่อภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออก รวมถึงการท่องเที่ยวและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการที่ทำโครงการส่วนหนึ่งเพื่อขายให้กับนักลงทุนต่างชาติ เพราะค่าเงินบาทที่อ่อนลงนั้นจะทำให้กำลังซื้อเพิ่มขึ้น หรือหมายถึงต่างชาติสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ในราคาที่ถูกลง
"ธงชัย บุศราพันธ์ "ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พราวด์ เรสซิเดนซ์ ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการพาร์ค 24 คอนโดมิเนียมหรูในซอยสุขุมวิท 24 เปิดเผยว่า โครงการคอนโดมิเนียมของบริษัทได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ซื้อ โดยเฉพาะในส่วนของนักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจเข้ามาซื้อชัดเจนมาก และการที่เงินบาทอ่อนค่าลงสู่ระดับ 36 บาท/เหรียญสหรัฐ ก็จะเป็นอานิสงส์เชิงบวกให้กำลังซื้อในส่วนของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นมาอีก เพราะการที่เงินบาทอ่อนค่านั้น หมายถึงเขาสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ในราคาที่ถูกลง จนถึงขณะนี้เชื่อว่านักลงทุนต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ในราคาที่ถูกลงแล้วกว่า 10% หรือหากคิดในช่วงที่เงินบาทแข็งค่าสุดที่ระดับ 29-30 บาท/เหรียญสหรัฐ เทียบกับปัจจุบันก็จะถูกลงประมาณ 20%
"นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาซื้อคอนโดมิเนียมหรืออสังหาริมทรัพย์ในไทย ตอนนี้จะได้รับผลบวกในหลายด้าน นอกจากเงินบาทอ่อนค่าลงจะได้อสังหาริมทรัพย์ในราคาที่ถูกลงแล้ว เมื่อถึงวันจะขายออกนอกจากได้กำไรจากอสังหาริมทรัพย์แล้ว อาจจะได้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย เพราะหากในวันที่ขายออกและค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น เพราะเชื่อกันว่าในที่สุดแล้วค่าเงินบาทจะกลับไปแข็งค่าอีกในอนาคต" ธงชัย กล่าว
ในส่วนของโครงการพาร์ค 24 ขณะนี้ทั้งสองเฟสมียอดขายโครงการแล้วประมาณ 75% ของมูลค่าโครงการกว่า 8,800 ล้านบาท ซึ่งในโครงการนั้นกลุ่มลูกค้าเป้าหมายมีทั้งต่างชาติ นักลงทุนคนไทยทั่วไป และผู้ที่ต้องการซื้ออยู่อาศัยจริง สำหรับนักลงทุนต่างชาตินั้นส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนักลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้ง ฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน มาเลเซีย และจีน ที่ให้ความสนใจเข้ามาซื้อ ซึ่งก่อนหน้ามีเหตุการณ์ระเบิดที่ราชประสงค์ กำลังซื้อจากนักลงทุนกลุ่มนี้เข้ามาชัดเจนมาก และเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมา กำลังซื้อกลับอ่อนตัวลง แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ในช่วง 1-2 สัปดาห์ข้างหน้าน่าจะกลับเข้ามาสู่ภาวะปกติ
"สรพจน์ เตชะไกรศรี" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) กล่าวว่า เงินบาทอ่อนค่าเป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุนต่างชาติที่กำลังมองหาโอกาสเข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย โดยเฉพาะในอสังหาริมทรัพย์ระดับไฮเอนด์ ซึ่งในส่วนของ PACE นั้น ยอมรับว่าเงินบาทอ่อนช่วยสนับสนุนให้ห้องชุดของโครงการมหานครขายดีขึ้นด้วย ทำให้กำลังซื้อของนักลงทุนเพิ่มขึ้น
"อุทัย อุทัยแสงสุข" รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ (SIRI) เปิดเผยว่า เงินบาทอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐ ล่าสุดทะลุ 36 บาท ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี 6 เดือน นั้น ทางกลุ่มแสนสิริมองว่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเป็นปัจจัยบวกกับชาวต่างชาติที่สนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ไทยอีกด้วย เพราะสามารถซื้ออสังหาฯ ในราคาที่ถูกลงถึง 9% เมื่อเทียบกับค่าเงินบาทเมื่อต้นปีที่ผ่านมา จึงเป็นเหตุให้ลูกค้าต่างชาติทั้งที่ซื้ออสังหาฯ เพื่อเป็นบ้านพักตากอากาศ และซื้ออสังหาฯ เพื่อการลงทุนปล่อยเช่าสามารถตัดสินใจในการซื้อคอนโดมิเนียมได้เร็วขึ้น
"กลุ่มลูกค้าสิงคโปร์และฮ่องกงยังคงนิยมซื้อลงทุนในคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ โดยดูทำเลใกล้เส้นทางรถไฟฟ้าและอัตราผลตอบแทนเช่าเป็นสำคัญ โซนที่นิยมก็ยังคงเป็นทำเลสีลม เพลินจิต อโศก พร้อมพงศ์ และทองหล่อ เพราะเป็นศูนย์กลางด้านธุรกิจและไลฟ์สไตล์ แต่ในช่วง 1-3 ปีที่ผ่านมา โซนพระโขนงและอ่อนนุชเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะทำเลติดรถไฟฟ้าสายหลัก แต่ราคาคอนโดมิเนียมถูกกว่าถึง 30–60% ขณะที่ให้ผลตอบแทนจากค่าเช่าถึง 5–7% ด้านลูกค้าคนจีนและไต้หวันให้ความสนใจคอนโดมิเนียมในภูเก็ต เนื่องจากต้องการที่พักตากอากาศในเมืองชายทะเล สามารถปล่อยเช่าในช่วงที่ไม่ได้เดินทางมาพักผ่อน"
ทั้งนี้ แสนสิริจะเพิ่มยอดขายจากกลุ่มลูกค้าต่างชาติในช่วงนี้ จึงวางแผนจัดโรดโชว์โครงการคอนโดมิเนียม คือ เดอะ เบส พาร์คเวสท์ และเดอะ เบส พาร์คอีสต์ ในประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง รวมทั้งโรดโชว์โครงการในภูเก็ต คือ บ้านไม้ขาว, เดอะ เดค ป่าตอง, เดอะ เบส ไฮท์ ภูเก็ต และเดอะ เบส อัพทาวน์ ภูเก็ต ในประเทศไต้หวันในเดือน ก.ย.นี้ และจะเปิดตลาดปักกิ่ง ประเทศจีน เพิ่มขึ้นอีก เพื่อนำโครงการคอนโดมิเนียมในภูเก็ตไปโรดโชว์ในเดือนนี้ด้วย
ขณะนี้มองว่ากลุ่มลูกค้าระดับบนชาวจีนน่าจะมองหาคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จพร้อมอยู่เพื่อมาพักผ่อนในช่วงไฮซีซั่นปลายปี รวมทั้งยังนับเป็นอีกช่องทางการลงทุนใหม่ๆ ที่มีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนในตลาดหุ้นจีน ซึ่งบริษัทเชื่อมั่นว่าการโรดโชว์ในตลาดต่างประเทศจะสามารถช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มสัดส่วนกลุ่มลูกค้าต่างชาติเป็น 10% ในปีนี้ หรือคิดเป็นมูลค่าขายกว่า 3,000 ล้านบาท จากปีที่แล้วที่อยู่ที่สัดส่วน 5% ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 1 ม.ค.–9 ก.ย. 2558 แสนสิริมียอดขายจากลูกค้าต่างชาติแล้วถึง 2,000 ล้านบาท
"นคร ลักษณกาญจน์" ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ยู ซิตี้ (U) กล่าวว่า ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าค่าเงินบาทอ่อนจะทำให้ต่างชาติซื้ออสังหาริมทรัพย์ได้ถูก เพราะการอ่อนตัวของค่าเงินนั้นอ่อนตามกันทั้งหมดในภูมิภาค ซึ่งยังคงต้องติดตามกันต่อไป เพราะครั้งนี้เกิดจากเงินหยวนอ่อนค่า ซึ่งค่าเงินอ่อนนั้นทำให้กำลังซื้อแผ่วกันทั้งนั้น และจะต้องจับตาดูในเรื่องของเศรษฐกิจด้วย อย่างไรก็ตาม ในส่วนของ U เน้นในเรื่องของการทำให้เช่าและมุ่งรายได้จากค่าเช่าเป็นหลักเพื่อความมั่นคง ส่วนการทำเพื่อขายจะดูทำเลเป็นหลัก







