posttoday
ตีปี๊บคิกออฟกระตุ้น ศก. ปาดเหงื่อลุ้นโค้งสุดท้าย

ตีปี๊บคิกออฟกระตุ้น ศก. ปาดเหงื่อลุ้นโค้งสุดท้าย

15 กันยายน 2558

แม้ว่ารัฐบาลจะโหมโรงเปิดตัวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่หลายรอบ

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

แม้ว่ารัฐบาลจะโหมโรงเปิดตัวมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่หลายรอบ ล่าสุด จัดงานพิธีเปิดปฏิบัติการ “มาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ของประชาชนผู้มีรายได้น้อย และมาตรการกระตุ้นการลงทุนขนาดเล็กของรัฐบาลทั่วประเทศ” โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานด้วยตัวเอง เป็นการเรียกความเชื่อมั่นและความหวังให้กับประชาชน

ทว่ารัฐบาลโดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจใหม่ ก็ยังไม่มีใครกล้าออกมาแย้มว่า การเติมเม็ดเงินดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ขยายตัวได้เพิ่มเท่าไร

ที่สำคัญ ขณะนี้หลายฝ่ายออกมาประเมินว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้น่าจะโตได้ต่ำกว่า 3% ดังนั้นมาตรการดังกล่าวจะช่วยดันก้นเศรษฐกิจไทยให้ไม่ต่ำกว่า 3% ได้หรือไม่ ก็ยังไม่มีใครกล้าออกมาการันตี

สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล็อตแรก คือ การเติมเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ 1.36 แสนล้านบาท ผ่านกองทุนหมู่บ้าน 6 หมื่นล้านบาท ลงทุนตำบลละ 5 ล้านบาท อีก 3.6 หมื่นล้านบาท และเร่งลงทุนโครงการไม่เกิน 1 ล้านบาท อีก 4 หมื่นล้านบาท ขณะที่มาตรการล็อต 2 คือ การปล่อยสินเชื่อโลนให้ธนาคารพาณิชย์ 1 แสนล้านบาท ไปปล่อยกู้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) อัตราดอกเบี้ย 4% เป็นเวลา 7 ปี

สำหรับการเติมเงินกองทุนหมู่บ้าน 6 หมื่นล้านบาท เป็นมาตรการที่ให้ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ปล่อยกู้ให้กองทุนหมู่บ้านแบบปลอดดอกเบี้ยเป็นเวลา 2 ปี คนละ 3 หมื่นล้านบาท โดยรัฐบาลหวังจะเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการกระตุ้นการบริโภคที่หมดแรงให้มีกำลังขึ้นมาอีกครั้ง

จากการเปิดเผยของ ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินได้พิจารณากองทุนหมู่บ้านที่เป็นฐานลูกค้าเดิมเกรด A และ B เบื้องต้นมีความพร้อมที่ธนาคารได้อนุมัติวงเงินสินเชื่อเพื่อสนับสนุนตามมาตรการส่งเสริมความเป็นอยู่ระดับหมู่บ้านจำนวน 8,441 กองทุน วงเงิน 8,441 ล้านบาท จากเป้าหมาย 3 หมื่นกองทุน วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท และคาดว่าภายในสิ้นเดือน ก.ย.นี้ จะสามารถอนุมัติวงเงินได้รวม 1.5 หมื่นกองทุน หรือ 1.5 หมื่นล้านบาท ทำให้มีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบอย่างรวดเร็วเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ธนาคารออมสินจะทำหนังสือเชิญผู้บริหารแต่ละสถาบันการเงิน ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงในมาตรการการเงินการคลัง เพื่อช่วยเหลือเอสเอ็มอี วงเงิน 1 แสนล้านบาทอย่างเป็นทางการ
วันที่ 18 ก.ย.นี้ ที่เมืองทองธานี โดยออมสินจะปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (แบงก์รัฐ) อัตรา 0.1% ต่อปี เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์และแบงก์รัฐที่เข้าร่วมโครงการ ปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการอัตรา 4% ต่อปี ระยะเวลาให้สินเชื่อ 7 ปี โดยรัฐบาลชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้แก่ออมสินซึ่งผู้ประกอบการสามารถยื่นขอสินเชื่อภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้

ขณะที่ ลักษณ์ วจนานวัชผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ธนาคารจะปล่อยสินเชื่อกองทุนหมู่บ้านทั้งหมด 3 หมื่นล้านบาท ภายในเดือน ธ.ค.นี้

จากการดำเนินตามโรดแมป มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เม็ดเงินกองทุนหมู่บ้านจากธนาคารออมสินและ ธ.ก.ส. จะไปถึงกองทุนหมู่บ้านได้ทั้งหมดภายในสิ้นปี 2558 แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเม็ดเงินทั้งหมดกระจายถึงมือประชาชนได้ทั้งหมดเพื่อการจับจ่ายใช้สอย เพราะยังเป็นเรื่องยากที่จะควบคุมการใช้เงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์เพื่อประกอบอาชีพหรือใช้จ่าย เนื่องจากส่วนใหญ่กองทุนหมู่บ้านจะแจกเงินให้กับสมาชิกเพื่อนำไปใช้จ่าย เพราะดำเนินการได้ง่ายและรวดเร็ว ดังนั้น เม็ดเงินกองทุน 6 หมื่นล้านบาท ที่หวังจะไปหมุนเวียนเศรษฐกิจหลายๆ รอบ จึงยังไม่อาจหวังผลได้ 100%

เช่นเดียวกับการเข็นเม็ดเงินลงทุนทั้งของตำบลหรือโครงการไม่ถึง 1 ล้านบาท ที่จะให้ดำเนินการเสร็จภายในสิ้นปีนี้ ก็ยังเป็นไปได้ยาก เพราะขนาดงบลงทุนของปีงบประมาณ 2558 วงเงิน 4.49 แสนล้านบาท ก็ยังเบิกจ่ายได้จริงแค่ 65% ค้างท่ออีกกว่า 1.5 แสนล้านบาท

ขณะที่การปล่อยกู้เงินซอฟต์โลนเอสเอ็มอี 1 แสนล้านบาท ให้สิทธิยื่นได้ก่อนสิ้นปีนี้นั้น ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของนักลงทุนในปัจจุบัน การใช้เม็ดเงินจริงในครึ่งปีตามเป้าคงมีจำนวนไม่มาก ผู้ประกอบการส่วนใหญ่อาจยื่นเพื่อรักษาสิทธิไว้ก่อน แต่การลงทุนจริงคงรอให้เศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจนกว่านี้ จึงจะมีการเบิกเงินกู้จริง

ความหวังพลิกฟื้นช่วงโค้งสุดท้ายปีนี้ จึงอาจยังต้องปาดเหงื่อลุ้นยาออกฤทธิ์จริงกันอีกยาวกว่าที่คาดไว้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ