posttoday
ทบทวนเปิดเสรีเหล้า-บุหรี่

ทบทวนเปิดเสรีเหล้า-บุหรี่

14 กรกฎาคม 2553

 

‘พาณิชย์’หาช่องเลิกสัญญาลดภาษี  ระบุสินค้าไร้ประโยชน์ต่อประชาชน

โพสต์ทูเดย์ — “พาณิชย์” สั่งทบทวนกรอบเจรจาเอฟทีเอ ตั้งป้อมตัดสินค้าแอลกอฮอล์ บุหรี่ ออกจากรายการลดภาษี

นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศทบทวนกรอบเจรจาเปิดเสรีการค้าระหว่างประเทศ (เอฟทีเอ) ทั้งหมดที่ไทยทำกับประเทศคู่เจรจา มีสินค้ารายการใดบ้างในหมวดหมู่ของแอลกอฮอล์ เช่น ไวน์ เหล้า เบียร์ และบุหรี่ เพื่อขอยกเลิกจากบัญชีลดภาษี เนื่องจากเห็นว่าเป็นสินค้าที่ไม่ควรส่งเสริม เพราะเป็นอันตรายต่อประชาชน ไม่ถือว่าเป็นการกีดกันทางการค้า เพราะไทยยังเปิดให้ค้าขายสินค้าแอลกอฮอล์และบุหรี่ตามปกติ

การส่งสัญญาณดังกล่าวเพื่อแสดงจุดยืนว่าการค้าระหว่างประเทศไม่ควรส่งเสริมสินค้าที่เป็นอันตรายต่อสาธารณชน ล่าสุดในการเจรจาเอฟทีเอไทยอียู ไทยก็ได้แจ้งให้อียูทราบแล้ว

ขณะที่กรอบการเจรจาที่จะหยิบยกประเด็นแอลกอฮอล์กับบุหรี่ขึ้นมาหารือ คาดว่าจะหารือกับประเทศสมาชิกอาเซียนในกรอบเปิดเสรีการค้าอาเซียน (อาฟตา) ได้ก่อน เพราะจะประชุมระดับรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) ในเดือน ส.ค. ที่เวียดนาม ซึ่งไทยจะต้องส่งสัญญาณให้อาเซียนได้รับรู้ เชื่อว่าหลายประเทศในอาเซียนจะเห็นด้วย

หลังจากนั้นจะขอทบทวนในการเจรจาเอฟทีเอ ไทยออสเตรเลีย และเอฟทีเอ ไทยนิวซีแลนด์ ที่จะเปิดกระบวนการทบทวนเอฟทีเอระหว่างกันในช่วงเดือน ก.ย. หลังจากความตกลงเอฟทีเอมีผลบังคับใช้แล้ว

กระบวนการทบทวนคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแล้ว และจะเข้าขั้นตอนของสภาพิจารณาตามมาตรา 190 กฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งมี 7 หัวข้อหลัก เช่น การเปิดตลาดการค้าบริการ ทบทวนมาตรการปกป้องพิเศษ นโยบายการแข่งขัน การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ เป็นต้น ซึ่งจะนำประเด็นเรื่องของแอลกอฮอล์กับบุหรี่หารือด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนของเอฟทีเออาเซียนกับจีน จะหยิบยกประเด็นที่จะให้สมาชิกอาเซียนเห็นด้วยกับการขอทบทวนการเปิดเสรีการค้าระหว่างอาเซียนและจีน เพราะเห็นว่าการทำเอฟทีเอที่เป็นอยู่นี้ไม่มีความเป็นธรรมกับอาเซียน เนื่องจากการลดภาษีภายใต้กรอบเอฟทีเอจีนไม่ได้ลดภาษีอย่างแท้จริง แม้จะลดภาษีในเอฟทีเอ แต่จีนกลับไปเก็บภาษีในรูปแบบของภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) กับผู้นำเข้าสินค้าเฉลี่ยแล้วประมาณ 1317% ทำให้สินค้าที่นำเข้าจากอาเซียนมีต้นทุนที่สูงอยู่ดี ขณะที่ไทยเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มกับผู้บริโภค ถือว่าเป็นการผลักภาระที่แตกต่างกัน ดังนั้นจะขอให้จีนทบทวนการเก็บแวตในส่วนนี้

“เอฟทีเอกับจีนเป็นอีกเรื่องที่ถือว่าไม่เป็นธรรม เพราะความสัมพันธ่ทีดีคือความสัมพันธ์ที่เสมอภาคและเท่าเทียมกันทุกฝ่าย หลายประเทศก็เห็นด้วยกับไทย หากอาเซียนเห็นตรงกันก็สามารถขอทบทวนการเจรจากับจีนได้ทันที โดยจะหารือในการประชุมเออีเอ็มเดือน ส.ค.เช่นกัน” นายอลงกรณ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล

MEA เตือนมิจฉาชีพปลอมบัตรพนักงาน หลอกคืนเงินมิเตอร์ดิจิทัล