posttoday
แม็คโครยังรุกไทยเมินซื้อคาร์ฟูร์

แม็คโครยังรุกไทยเมินซื้อคาร์ฟูร์

14 กรกฎาคม 2553

โพสต์ทูเดย์ — แม็คโคร ยันค้าปลีกในไทย 1.4 ล้านล้านบาท มีศักยภาพโตได้อีก เดินหน้าขยายสาขาใหม่ทุกจังหวัด ลั่นไม่มีแผนซื้อคาร์ฟูร์ ต่อยอดธุรกิจ

นางสุชาดา อิทธิจารุกุล ประธาน เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามแม็คโคร ผู้บริหารร้านค้าส่งแม็คโคร เปิดเผยว่า ธุรกิจค้าปลีกในไทยยังมีโอกาสอีกมากในการขยายลงทุนใหม่ ค้าปลีกมูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท มียอดการบริโภคอุปโภคของประชาชนเฉลี่ยอยู่ที่ 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ด้วยจำนวนประชากรกว่า 60 ล้านคน ซึ่งภูมิภาคเอเชียยังเป็นตลาดที่น่าสนใจ ในการดึงดูดการลงทุนค้าปลีกจากต่างชาติสูง

อย่างไรก็ตาม การขยายสาขาใหม่ต้องพิจารณากฎหมายประกอบว่าแต่ละพื้นที่กฎหมายเปิดให้เข้าไปลงทุนหรือไม่ ซึ่งผู้ประกอบการรายใหม่จะไม่มีโอกาสลงทุนมากนัก และไม่ง่ายที่จะเข้ามาทำธุรกิจ ด้วยการทำค้าปลีกค้าส่งต้องมียอดขายสูงพอสมควร มีปริมาณสินค้าขายจำนวนมาก รวมทั้งต้องมีระบบการ บริหารงานภายในที่มีประสิทธิภาพ หากรายใดมีสาขาน้อย 12 สาขา จะทำธุรกิจยาก

บริษัทมีแผนจะขยายสาขาในไทยให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จากปัจจุบัน 47 สาขา แบ่งเป็นต่างจังหวัด 37 สาขา กทม.และปริมณฑล 9 สาขา โดยสาขาใหม่เน้นขนาดกลางพื้นที่ 7,000 ตร.ม. ซึ่งปัจจุบันในไทยมี 3 รูปแบบ ปัจจุบันบริษัทสนใจเข้าไปขยายสาขาในหลายทำเล แต่จากกฎหมายที่ใช้อยู่ทำให้การเปิดสาขาต้องดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป

สำหรับคาร์ฟูร์ที่มีข่าวจะขายกิจการในเอเชียบางประเทศรวมทั้งในไทย บริษัทไม่มีแนวคิดเข้าไปลงทุนซื้อร้านค้าปลีกคาร์ฟูร์ เนื่องจากรูปแบบโครงสร้างธุรกิจต่างกัน คาร์ฟูร์เป็นไฮเปอร์มาร์ต ส่วนแม็คโครเป็นร้านค้าส่งกับคาร์ฟูร์ ซึ่งบริษัทไม่สนใจที่จะทำธุรกิจค้าปลีกประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งบริษัทเองได้ทราบข่าวของคาร์ฟูร์ที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ โดยปีนี้เตรียมงบลงทุน 1,500 ล้านบาท ขยายสาขาใหม่ไปแล้ว 3 แห่ง คือ กำแพงเพชร ลพบุรี และกาญจนบุรี และในช่วงปลายปีจะเปิดสาขาที่ จ.หนองคาย ขนาดพื้นที่ 7,000 ตร.ม. ทำให้สิ้นปีนี้มีสาขารวม 48 สาขา

พร้อมกันนี้บริษัทได้เดินหน้าจัด โครงการมิตรแท้ โชห่วย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ทั้งจัดอบรวมสัมมนา จัดกิจกรรมร่วมกับนักศึกษามหาวิทยาลัยร่วมพัฒนาร้านค้าปลีกท้องถิ่น จัดประกวดแผนต่อยอดร้านโชห่วยไทยขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศ จัดทำหนังสือ กว่าจะเป็นมิตรแท้โชห่วย และจัดโครงการรถเคลื่อนที่ หวังมุ่งต่อยอดความรู้ด้านการบริหารจัดการร้านค้าปลีกโชห่วยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนและเข้มแข็ง โดยบริษัทใช้งบทำโครงการ มิตรแท้ โชห่วยต่อปี ประมาณ 50 ล้านบาท

ส่วนกำลังซื้อของลูกค้าในปัจจุบัน เริ่มกลับสู่ภาวะปกติแล้ว ทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองที่เกิดขึ้นในเดือน เม.ย.พ.ค.มากนัก แม้ว่ายอดขายรวมในไตรมาส 2 อาจจะเติบโตไม่เท่ากับไตรมาสแรก ที่ยอดขายโต 16% และมีกำไรเติบโต 60% ประกอบกับสินค้าที่วางจำหน่ายอยู่ในห้าง เป็นของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันที่ลูกค้าต้องใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกในครึ่งปีหลังมีโอกาสเติบโตได้ดีอยู่ เพราะเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้น และภาคส่งออกของไทยขยายตัวได้ดีอยู่ ภาคการท่องเที่ยวเริ่มมีนักท่องเที่ยวกลับเข้ามาในประเทศ และบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่กลับสู่ภาวะปกติแล้ว โดยบริษัทมีความเชื่อมั่นว่า รายได้รวมในสิ้นปีนี้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้มากกว่า 10% อยู่ที่ 82,00083,000 ล้านบาท ส่วนในปี 52 บริษัทมียอดขายอยู่ที่ 75,000 ล้านบาท และมีกำไรอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ